เรียนรู้การสร้างราคาอย่างรวดเร็ว

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

ตลาดของเล่นอินเดีย ตัวเล็กแต่ใจใหญ่

ตลาดของเล่นและเกมส์ในอินเดียมีมูลค่ากว่า 900 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตปีละ 20% และคาดว่าจะขยายตัวเป็น1,700 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2020 สอดคล้องกับคนชั้นกลางที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีประมาณ 70 ล้านครัวเรือน หรือประมาณ 300 ล้านคน มีรายได้เฉลี่ย 8 หมื่น -1.8 แสนรูปีต่อปี อีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการเติบโตของตลาดของเล่นคือการเติบโตของสังคมเมือง ซึ่งมีขนาดเกือบจะเท่ากับคนชั้นกลางของ จีน สหรัฐ และรัสเซีย ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ผู้บริโภคอินเดียคำนึงถึงของเล่นที่มีคุณภาพมากขึ้นกว่าการคำนึงถึงแต่ราคาอย่างแต่ก่อน

ในแต่ละปีอินเดียมีเด็กเกิดใหม่ราว 30 ล้านคน ครอบครัวอินเดียมีแนวโน้มที่จะมีขนาดเล็กลง โดยเฉลี่ยปัจจุบันมีราว 4.3 คนต่อครอบครัว เทียบกับอดีตที่มีมากกว่า 5 คน เมื่อมีลูกกันน้อยลง คนอินเดียก็หันกันมาให้ความสนใจกับคุณภาพของเล่น ของใช้เด็กและการการศึกษากันมากขึ้น อีกทั้งคนชั้นกลางมีกำลังซื้อมากขึ้นอันเนื่องจากการเติบโตของธุรกิจซ้อฟแวร์ IT และ call center ของเล่นจึงไม่ใช่เล่นสนุนอย่างเดียวแต่จะต้องประเทืองปัญญามากขึ้น

ช่องทางการจัดจำหน่ายของเล่นเด็กปัจจุบันยังคงแฝงอยู่ในร้านค้าประเภทอื่นๆ ส่วนร้านค้าเฉพาะของเล่นเด็กยังมีน้อย เช่น เป็นแผนกหนึ่งในร้านหนังสือ หรือเป็นแผนกหนึ่งในร้านของชำที่แม่บ้านชอบไปซื้อหาสินค้ากันบ่อยๆ

นอกจากนั้น เด็กอินเดียปัจจุบันเข้าถึงข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตได้มากไม่แพ้เด็กไทยเรา กล้าคิดกล้าตัดสินใจมากขึ้น ขณะที่พ่อ-แม่ปัจจุบันก็สนับสนุนให้เด็กตัดสินใจด้วยตัวเองและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นด้วย ทั้งในเรื่องการแต่งกาย อาหารการกิน การชมภาพยนต์ วีดีโอเกมส์ ดนตรี ฯลฯ เป็นผลให้การโฆษณาต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธให้เข้าถึงตัวเด็กโดยตรง

ในอีกด้านหนึ่ง อินเดียเริ่มมีความเป็นสังคมเมืองมากขึ้น โดยทั่วไปคนรุ่นใหม่มีลูกกันเพียง 1-2 คน ซึ่งปรากฎการณ์นี้คล้ายกับที่เกิดขึ้นในจีนที่พ่อ-แม่ต่างให้ความสำคัญกับการเลี้ยงดูลูกเป็นอย่างมาก และเปิดโอกาสให้เด็กก็มีส่วนร่วมในการตัดสินใจซื้อของเล่น เครื่องมือการตลาดที่นิยมกันมากคือการสร้างกระแสความนิยมในหมู่เด็ก และวัยรุ่นให้เกินการบอกต่อ (word of mouth) เกี่ยวกับความชื่นชอบในสินค้าหรือบริการต่างๆ ที่เสนอขาย ดังนั้น การทำตลาดในสินค้าของเล่นเด็กจะต้องตื่นตัวต่อการปรับปรุงให้เข้ากับความนิยมใหม่ๆของเด็กและเข้าใจจิตวิทยาเด็กเป็นอย่างดี ของเล่นจะต้องมีลักษณะที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ ท้าทายความสามารถ และประเทืองปัญญา มิใช่เพื่อความสนุกเพียงอย่างเดียว

พ่อ-แม่อินเดียปัจจุบันพากันแสวงหาของเล่นที่สอนให้เด็กไฝ่รู้ ทำให้เข้าใจกลไกการทำงานของของเล่น รู้เหตุ รู้ผล สร้างจินตนาการ รู้จักคิด รู้จักแก้ปัญหา และส่งเสริมการทำงานเป็นทีม อินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรมากพันล้านคน การสร้างเด็กให้เติบโตประสบความสำเร็จในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใส่ใจในรายละเอียดในการเลี้ยงดูเด็กไม่เว้นแม้แต่ของเล่น

ในปี 2020 อินเดียมีการนำเข้าของเล่น 50 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีจีนเป็นผู้นำตลาด (84%) รองลงมาเป็นอิตาลี (4%) ไทย (2%) เวียดนาม (1%) และ อินโดนีเซีย (1%) การแข่งขันในตลาดอินเดีย ราคายังเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ของเล่นส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกมากกว่าไม้หรือยาง ซึ่งสินค้าจีนมีความได้เปรียบทั้งในด้านราคาและการปรับเปลี่ยนพัฒนารูปแบบสินค้าทุกๆ 10 เดือน เป็นสิ่งดึงดูดใจแม่บ้านและเด็กๆ เป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าคุณภาพจะยังด้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ หลายประเทศก็ตาม

อย่างไรก็ตามโอกาสการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดนี้ยังมีอยู่ เนื่องจากสินค้าของเด็กเล่นเป็นสินค้าที่อยู่ในบัญชีลดหย่อนภาษีภายใต้ FTA อาเซียน-อินเดีย ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว จึงนับเป็นข้อได้เปรียบของไทยจะทำให้ของเล่นไทยเจาะตลาดอินเดียได้ดียิ่งขึ้น ผู้สนใจทำตลาดอินเดียสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ณ เมืองเจนไน ที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

JLLชี้คอนโดเข้าสู่ยุคตลาดของผู้ซื้อเต็มรูปแบบ

นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอล (JLL) กล่าวว่า ข้อมูลวิจัยของ เจแอลแอล ระบุว่า ในปี 61 กทม. มีคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จเพิ่มขึ้น 56,000 ยูนิต ลดลงจากค่าเฉลี่ย 5 ปีก่อนหน้าเล็กน้อยที่มีการสร้างเสร็จเพิ่มเฉลี่ยปีละ 57,900 ยูนิต โดย ณ สิ้นปี 61 กทม. มีคอนโดในโครงการที่สร้างเสร็จแล้วรวมทั้งสิ้น 572,000 ยูนิต อย่างไรก็ดี ยังมีคอนโดที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างและมีกำหนดจะแล้วเสร็จระหว่างปี 62-63 รวมอีกประมาณ 125,000 ยูนิต หรือประมาณ 21% ของจำนวนคอนโดที่มีอยู่ในปัจจุบัน

จากจำนวนคอนโดที่มีทั้งหมดในกทม.572,000 ยูนิต พบว่าประมาณ4% หรือ 23,100 ยูนิตเป็นคอนโดในกลุ่มที่มีราคาเฉลี่ยสูงกว่า 150,000 บาทต่อตารางเมตร(ตร.ม.) แม้จะเป็นสัดส่วนที่ต่ำ แต่นับเป็นกลุ่มคอนโดมีการเพิ่มจำนวนขึ้นในอัตราที่รวดเร็ว โดยพบว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (59-61) คอนโดกลุ่มนี้ มีการเปิดตัวโครงการใหม่คิดเป็น 240% ของจำนวนยูนิตที่มีอยู่เดิม ณ สิ้นปี 59 เทียบกับกลุ่มราคาต่ำกว่า 150,000 บาทต่อตร.ม.ที่มีการเปิดตัวโครงการใหม่คิดเป็นประมาณ 37% ในช่วงเดียวกัน

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

“จากข้อมูลข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่าตลาดคอนโดในกรุงเทพฯ เริ่มเข้ายุคตลาดของผู้ซื้ออย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากซัพพลายใหม่ที่ทยอยสร้างเสร็จมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยังมียูนิตเหลือขายในโครงการเก่าๆอยู่อีกจำนวนไม่น้อย ทำให้เกิดการแข่งขันในตลาดคอนโดที่รุนแรงมากขึ้น เพราะนอกจากโครงการที่เปิดตัวให่จะต้องแข่งกับโครงการที่มียูนิตเหลือขายแล้วยังต้องแข่งกับคอนโดมือสองที่ทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง หลังจากตลาดปลิ่ยเช่าได้รับความนิยมมากขึ้น”

ทั้งนี้ ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการคอนโดรายหลักๆใน กทม.หลายราย ได้หลีกเลี่ยงการขยายการลงทุนในตลาดคอนโดกลุ่มระดับกลาง-ล่าง ซึ่งอยู่ในภาวะโอเวอร์ซัพพลาย และหันไปพัฒนาโครงการในตลาดบนมากขึ้น ส่งผลให้คอนโดตลาดบนมีซัพพลายใหม่เกิดขึ้นมาก ขณะเดียวกันการแข่งขันก็เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ในปี62 นี้ จึงมีแนวโน้มว่า การเปิดตัวโครงการคอนโดใหม่ๆ ในตลาดบนจะชะลอตัวลง

“นอกจากนี้ จากสภาพการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการจะมีการใช้ความพยายามมากขึ้นในการกระตุ้นการขาย ด้วยกลยุทธ์ที่หลากหลาย อาทิ การแถมเฟอร์นิเจอร์ ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน การเสนอระยะปลอดค่าบริหารส่วนกลาง ตลอดรวมไปจนถึงการเสนอราคาพิเศษสำหรับบางยูนิตในโครงการ” นางสุพินท์กล่าว

นางสุพินท์ กล่าวว่า จากสถานการณ์โอเวอร์ซัพพลายในคอนโดตลาดล่าง และการที่มีซัพพลายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในกลุ่มคอนโดตลาดบน ทำให้มีหลายฝ่ายแสดงความกังวลว่าตลาดคอนโด กทม. กำลังเกิดภาวะฟองสบู่และฟองสบู่อาจแตกดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งในปี40 ดังจะเห็นตัวอย่างได้จากการมาตรการป้องกันจากธนาคารแห่งประเทศไทยที่ได้เตรียมบังคับใช้เกณฑ์ใหม่สำหรับการควบคุมสินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยที่มีความเข้มงวดมากขึ้นในวันที่ 1 เม.ย.ปีนี้

อย่างไรก็ตาม เจแอลแอลวิ เคราะห์ว่า ตลาดคอนโดกทม. ในขณะนี้ กำลังอยู่ในช่วงของการปรับตัวตามรอบวงจรการขึ้นลงของตลาด และ เชื่อว่าไม่ได้อยู่ในภาวะฟองสบู่ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งปี40 เพราะภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาฯ ใช้อธิบายสถานการณ์ที่มีการเพิ่มขึ้นของอุปทานและราคาอย่างรวดเร็ว โดยมีการเก็งกำไรเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งการเก็งกำไรถือเป็นดีมานด์เทียม แต่สำหรับการเติบโตของตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาถูกขับเคลื่อนทั้งโดยการซื้อเพื่อใช้เอง เพื่อการลงทุนระยะยาว และเพื่อการเก็งกำไร โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ดีมานด์เทียมจากการเก็งกำไรมีให้เห็นน้อยมาก

สำหรับในปี62 นี้ ตลาดคอนโด มีแนวโน้มว่าราคาขายโดยรวมจะทรงตัว แต่ยังไม่มีสัญญาณที่บ่งบอกว่าราคาจะตกลงอย่างรวดเร็วดังที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤติการณ์ต้มยำกุ้ง นอกจากนี้ ผู้พัฒนาโครงการส่วนใหญ่เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่มีความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน และมีการปรับตัวรับมือกับการขึ้นลงของตลาดได้ดี ดังจะเห็นได้จากการที่มีผู้ประกอบการหลายรายได้หันไปเน้นตลาดบ้านแนวราบมากขึ้นในปีนี้ รวมไปจนถึงการขยายการลงทุนไปในตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

นางสุพินท์ กล่าวว่า แม้คอนโดลักชัวรี่มีแนวโน้มราคาทรงตัวและการขายอาจช้าลง แต่เชื่อว่า ราคายังมีโอกาสปรับขึ้นได้ในระยะยาว ทั้งนี้ คอนโดลักชัวรี่โดยทั่วไป ต้องตั้งอยู่ในทำเลชั้นดีของกรุงเทพฯ ซึ่งที่ดินในทำเลชั้นดีที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาโครงการใหม่มีน้อยลงเรื่อยๆ ส่วนที่ดินที่มีขายอยู่ ส่วนใหญ่ราคาสูงในระดับที่ไม่จูงใจผู้พัฒนาโครงการ โดยเฉพาะในภาวะที่การขายชะลอตัว ด้วยเหตุนี้ เชื่อว่า ในอนาคตจะมีการเปิดโครงการคอนโดลักชัวรี่ใหม่ๆ ขึ้นไม่มาก เปิดโอกาสให้ซัพพลายที่มีอยู่ในตลาดค่อยๆ ถูกดูดซับไป นอกจากนี้ หากมีโครงการใหม่เปิดตัวขึ้น โดยทั่วไปเชื่อว่าราคาจะสูงกว่าโครงการที่มีอยู่ในปัจจุบัน ด้วยต้นทุนการพัฒนาโครงการที่จะเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ จากจำนวนคอนโดที่มีทั้งหมดในกรุงเทพฯ 572,000 ยูนิต ราวร้อยละ 80 เป็นคอนโดที่มีราคาต่ำกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตร ในขณะที่ยังมีประชากรในกรุงเทพฯ อีกเป็นจำนวนมากที่ต้องการอยู่อาศัยในคอนโดที่ราคาไม่สูงมากนัก ดังจะเห็นตัวอย่างได้จากโครงการบ้านล้านหลังของธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการเกินเป้าที่กำหนด โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือประชาชนให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงาน หรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว

“ในขณะที่คอนโดในตลาดแมสซึ่งประกอบด้วยคอนโดราคาระดับกลางถึงล่าง กำลังประสบภาวะโอเวอร์ซัพพลาย อาจเป็นเรื่องเหมาะสม หากภาครัฐฯ จะออกมาตรการที่จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการซื้อคอนโดในตลาดแมสเพื่ออยู่อาศัยสามารถซื้อได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะเท่ากับเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการที่มีการลงทุนพัฒนาโครงการขึ้นมาแล้วต้องประสพภาวะวิกฤติการณ์ทางการเงินในที่สุด” นางสุพินท์ กล่าว

บทเรียนสี่บทในการสร้างวัฒนธรรมที่ไม่ดูดกลืนจากพนักงานอดีตอเมซอน 2020 – การบัญชี

สารบัญ:

Yikes นั่นคือทั้งหมดที่มีในการพูดในตอนแรกเกี่ยวกับ FACE หรืออดีตและปัจจุบันพนักงานของ Amazon

เว็บไซต์ดูเหมือนจะโผล่ขึ้นมาหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินชีวิตทางวัฒนธรรมอย่างรวดเร็วตายยากของ Amazon เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาโดย New York Times พนักงานของยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซทั้งในอดีตและปัจจุบันหลายร้อยคนบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองเกี่ยวกับสถานที่ทำงานที่เป็นพิษการใช้ในทางที่ผิดการจัดการการเลือกปฏิบัติและความวุ่นวายทางวัฒนธรรมอื่น ๆ

ข้อแม้: มีความเป็นไปได้ที่สิ่งเหล่านี้เป็นของปลอมปรุงโดยวัยรุ่นที่น่าเบื่อหรือแม้แต่ บริษัท คู่แข่ง (เว็บไซต์ดังกล่าวโฮสต์บน Google Sites! Gasp!) อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่ผิดปกติมากสำหรับเว็บไซต์ทั้งหมดที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำเอกสารแสดงการละเมิดในหมู่ผู้บริหารใน บริษัท แห่งหนึ่ง เราจะดำเนินการต่อไปราวกับว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องราวที่ถูกต้องเกี่ยวกับอเมซอนในอดีตและปัจจุบัน

เนื่องจากมีเรื่องราวเหล่านี้มากมายฉันจึงผ่านและเลือกบทเรียนสำคัญสิบข้อที่คุณควรนำออกไปจากสิ่งที่ FACE of Amazon พูด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้หรืออาจเป็นใบหน้าของคุณบนอินเทอร์เน็ตต่อไป

1. อย่าเพิ่งเรียกร้องโอกาสที่เท่าเทียมกัน – เสนอให้

ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าทีมที่มีผู้หญิงฉลาดกว่า อเมซอนซึ่งในหลาย ๆ เรื่องนั้นดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่สิ่งมหัศจรรย์จะสำเร็จได้เมื่อผู้ที่มี IQ สูง ๆ ตะโกนใส่กันจะทำอย่างไรดีที่จะรับรู้ความจริงนั้น

“ในฐานะผู้หญิงและในฐานะที่เป็นแม่คนใหม่” ผู้ใช้รายหนึ่งเขียนว่า “ฉันบอกได้ว่า Amazon เป็นสถานที่ที่แย่ที่สุดที่ฉันเคยทำงานฉันพลาดงานวันหยุดงานแต่งงานและช่วงเวลาที่มีคุณภาพกับลูกชายคนใหม่ของฉัน เจ้านายจะไม่ให้คะแนนฉันอย่างแย่กับการแสดงของฉัน “

“ โดยสรุปแล้ว Amazon เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการทำงานหากคุณไม่แยแสสีขาวเพศชายและไม่มีจริยธรรมหรือศีลธรรม” ผู้ใช้รายหนึ่งเขียนว่า“ สำหรับพวกเราที่เหลือที่มีความมุ่งมั่นในการเติบโตในอาชีพที่เหมาะสม สภาพแวดล้อมและพวกเขาไม่เคารพพนักงานของพวกเขา “

2. จ้างและฝึกอบรมผู้จัดการของคุณเพื่อความสอดคล้อง

รากเหง้าของข้อร้องเรียน FACE จำนวนมากเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่คุ้นเคยสำหรับทุกคนที่มีประสบการณ์ใน บริษัท ใหญ่: ทีมต่าง ๆ ที่มีผู้จัดการแตกต่างกันอาจเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างกันมาก

“ทีม บางทีมทำงานด้วยความเห็นอกเห็นใจ” ผู้ใช้คนหนึ่งเขียนว่า “คนอื่นด้วยความกลัว”

“ ฉันคิดว่าปัญหาของคนไม่ดีคือมันคิดว่าถ้าคุณคิดว่า ทีม แย่มากคุณต้องเป็นปัญหา” พวกเขากล่าวเสริม

หากพนักงานมาหาคุณพร้อมร้องเรียนเกี่ยวกับผู้จัดการของพวกเขา หากคุณคิดว่าพนักงานโกหกและลงโทษพวกเขาต่อไปคุณจะประหยัดเวลาและเผชิญหน้า หากคุณใช้เวลาในการตรวจสอบการร้องเรียนและปรากฎว่ามีบุญคุณก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่การบันทึกอนาคตของพนักงานคนหนึ่ง คุณกำลังช่วยทั้งทีมจากการถูกทำลายและถูกจัดการโดยผู้จัดการที่น่ากลัว

3. ระมัดระวังด้วยคำติชมแบบไม่ระบุชื่อ

อีกสิ่งหนึ่งที่น่ารังเกียจในกลุ่ม FACE ก็คือวิธีที่ชาวอเมซอนได้รับการสนับสนุนให้แสดงความคิดเห็น ภายใต้โปรแกรมที่ชื่อว่า Anytime Feedback ทุกคนใน Amazon ได้รับอนุญาตให้แสดงความคิดเห็นแบบไม่ระบุชื่อกับพนักงานคนอื่น ๆ ได้ทุกเมื่อทุกเวลาในทุกหัวข้อ

“คุณต้องการให้เพื่อนร่วมงานของคุณมีปัญหาโดยไม่เปิดเผยตัวตนหรือไม่ Amazon อยู่ข้างหลังคุณ” ผู้ใช้คนหนึ่งเขียนว่า “จำไว้ว่าคนอื่นจะทำแบบเดียวกันกับคุณโดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้คุณทำผิดพลาดเล็กน้อย”

แม้ว่าคุณจะตัดสินใจว่าเรื่องราวที่เลวร้ายที่สุด 10% ของ FACE นั้นเกินจริง แต่ก็มี “ระหว่างบรรทัด” มากมายที่น่าอ่านจากมุมมองของคนนอกเช่นคำแนะนำนี้สำหรับพนักงานที่คาดหวัง:

“Y คุณจะต้องระมัดระวังเกี่ยวกับการคาดคั้นเพื่อนร่วมทีมของคุณ” ผู้จัดการคนหนึ่งเขียนว่า “คุณจะต้องให้พันธมิตรทำดีในกระบวนการจัดการประสิทธิภาพคุณต้องดูอย่างน้อยต้องเป็นผู้เล่นทีม ประโยชน์ของคุณเอง “

ยกเว้นในกรณีที่มีสิ่งผิดกฎหมายร้ายแรงเกิดขึ้นและมีความกลัวการตอบโต้ข้อเสนอแนะนิรนามไม่เป็นประโยชน์ คุณไม่สามารถช่วยคนที่ให้ข้อเสนอแนะที่ไม่ระบุชื่อคุณ คุณไม่รู้ว่ามันร้ายแรงเพราะไม่มีความรับผิดชอบ ดังนั้นควรระมัดระวังถ้าคุณตัดสินใจที่จะลงเส้นทางนี้

4. อย่าใช้ไม้กวาดบอลอย่างจริงจังเกินไป

มีเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่ม FACE เกี่ยวกับเกมที่ชื่อว่า Broomball ซึ่งแสดงความยาวของเกมที่อาจผิดพลาดได้

“Jeff จะทำให้ผู้คนที่ Amazon ไม่เก่งในงานของพวกเขาหากพวกเขาสามารถช่วยให้เขาชนะการแข่งขันบอลรูม” ผู้ใช้คนหนึ่งเขียนว่า “ในทำนองเดียวกันเขาจะให้สมาชิกในทีมที่เอาชนะเขาได้ เวลาที่ยากลำบากเกี่ยวกับเรื่องนี้และบางครั้งก็อาจทำร้ายอาชีพของพวกเขาหากผู้จัดการของพวกเขาแสดงความคิดเห็นอย่างจริงจังเกินไปเพราะพวกเขามาจากเจฟฟ์ “

ทำให้หลวมและปล่อยให้อัตตาของคุณอยู่ที่สำนักงาน อย่างจริงจัง. คุณมีกิจกรรมของทีมไม่ให้เติมเต็มความทะเยอทะยานของคุณเองและขับเคลื่อนไปสู่ชัยชนะ แต่เพื่อส่งเสริมมิตรภาพและสร้างวัฒนธรรมของทีม

คุณไม่รู้หรือว่าคุณเป็นพิษ

ตามปกติบริตตานีหอกพูดได้ดีที่สุด: “โอ้ / รสชาติของริมฝีปากของคุณ / ฉันกำลังขี่ / คุณเป็นพิษฉันลื่นใต้”

เมื่อคุณอนุญาตให้ความเป็นพิษซึมซาบเข้ากับวัฒนธรรมของคุณและรวมเข้ากับทีมอิสระที่มีการจัดการเช่นเดียวกับที่ Jeff Bezos มีชื่อเสียงในด้านการบุกเบิกมันง่ายมากที่จะจบลงด้วยความตายทางวัฒนธรรม วัฒนธรรมของ บริษัท ที่ดีเริ่มต้นด้วยพื้นฐานที่ดี ปฏิบัติต่อผู้คนอย่างดี มีความเกลียดชังทางการเมืองโดยธรรมชาติ ฝึกความเท่าเทียมกัน

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

ตัวเลือกไบนารีและอัตราแลกเปลี่ยน
Leave a Reply

;-) :| :x :twisted: :smile: :shock: :sad: :roll: :razz: :oops: :o :mrgreen: :lol: :idea: :grin: :evil: :cry: :cool: :arrow: :???: :?: :!: