เกี่ยวกับเรา

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

Contents

7 วิธีในการเขียนหน้า “เกี่ยวกับเรา” ให้ดูน่าเชื่อถือ

หน้า “เกี่ยวกับเรา” เป็นหน้าที่หลายๆ คนมักมองข้าม และให้ความสำคัญกับมันน้อยกว่าหน้าอื่นๆ บนเว็บไซต์ หลายๆ เว็บไซต์นั้นทำหน้าเกี่ยวกับเราขึ้นมาเพื่อให้ครบตามความต้องการพื้นฐานของการสร้างเว็บไซต์ (โดยปกติก็จะมี หน้าแรก, เกี่ยวกับเรา, สินค้า และติดต่อเรา)

สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าหน้าเกี่ยวกับเรานั้นเป็นหน้าที่มีสำคัญไม่แพ้หน้าอื่นเลยล่ะ เพราะหลายๆ ครั้ง หลังจากที่ผมเข้าไปดูว่าเว็บนั้นๆ ทำอะไรแล้ว หน้าที่ผมมักจะเข้าเป็นหน้าต่อไปก็คือหน้าเกี่ยวกับเรา เพื่อดูว่าใครเป็นเจ้าของเว็บไซต์ และสามารถเชื่อถือได้ไหม

ถ้าเว็บไซต์นั้นๆ ไม่มีหน้าเกี่ยวกับเรา หรือเขียนมันออกมาไม่ดี ความรู้สึกของผมที่มีต่อเว็บไซต์นั้นๆ จะเป็นลบ ไม่ว่าหน้าแรก หรือหน้าสินค้าจะทำการโปรโมตไว้อย่างดีแค่ไหนก็ตาม

และผมคิดว่าหลายๆ คนก็น่าจะคิดคล้ายๆ ผมเหมือนกัน เพราะความน่าเชื่อถือ หรือ Trust นั้นเป็นหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ที่ไม่เห็นหน้าค่าตากัน

ยิ่งถ้าบริษัทคุณมีขนาดเล็ก หรือยังไม่ค่อยมีชื่อเสียง หน้าเกี่ยวกับเราของคุณจะต้องยิ่งดีเพราะมันถือเป็นช่องทางที่ง่าย และเร็วที่สุดในการสร้างความน่าเชื่อถือ และการสร้างความประทับใจครั้งแรกให้กับคนที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ

หลังจากที่คุณอ่านบทความนี้จบ ผมรับรองว่าคุณจะเขียนหน้าเกี่ยวกับเราได้ดียิ่งขึ้น และถ้าคุณเขียนได้ดียิ่งขึ้น ผมรับรองว่าคุณจะได้ใจคนเข้าเว็บไซต์ของคุณขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ!

ยาวไป อยากเลือกอ่าน? (TL;DR)

7 วิธีในการเขียนหน้า “เกี่ยวกับเรา” ให้ดูน่าเชื่อถือ

1. เขียนแบบเสนอไอเดียในลิฟท์

การเสนอไอเดียในลิฟท์ หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Elevator Pitch นั้นคือการอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่คุณทำอยู่ให้คนอ่าน หรือคนฟังเข้าใจภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 นาที ซึ่งเวลา 2 นาทีนี้นั้นเทียบได้กับช่วงเวลาที่คุณขึ้นลงลิฟท์นั่นเอง

ใน Evelator Pitch ของคุณนั้น นอกจากการที่คุณพูดถึงตัวคุณ หรือบริษัทของคุณเองแล้ว คุณควรจะต้องบอกด้วยว่าคุณจะส่งมอบคุณค่าอะไรให้กับคนอ่านบ้าง

ช่วงเริ่มต้นของ Elevator Pitch ของพวกเขาคือ Tech in Asia is a media, events, and jobs platform for Asia’s tech communities. ซึ่งถือว่าสั้นๆ แต่ว่าได้ใจความ

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

และนอกเหนือจากการที่พวกเขาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพวกเขาแล้ว พวกเขายังบอกอีกด้วยว่าเขาจะสามารถมอบคุณค่าอะไรให้กับคนอ่านได้บ้างผ่านประโยคที่ว่า “At Tech in Asia, you can keep abreast of the latest news, share your own thoughts, and find talent or jobs best suited to your needs. Connect with startups, investors, corporates and more, at our annual conferences held in Singapore, Bangalore, Tokyo, and Jakarta”

ซึ่งจาก Elevetor Pitch ของ Tech in Asia นั้น พวกเขาทำให้ผมรู้ว่าพวกเขาทำอะไรภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที และทำให้ผมรู้อีกว่าถ้าผมเสพคอนเทนต์ หรือเข้าร่วมชุมชนของ Tech in Asia แล้ว ผมจะได้อะไร

2. คุณคือใคร?

อย่างที่เกริ่นไปในตอนแรกๆ ว่าการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์นั้น คนซื้อ กับคนขายนั้นไม่ได้เจอกันแบบต่อหน้าเหมือนกับการค้าขายบนโลกออฟไลน์ เพราะฉะนั้นการบอกให้คนที่เข้าเว็บไซต์ของคุณรู้ว่าคุณเป็นใครนั้นจะช่วยให้ธุรกิจของคุณดูน่าเชื่อถือขึ้นอีกมาก

นอกจากการบอกว่าคุณชื่ออะไร มีเทือกเขาเหล่ากอเป็นยังไงแล้ว สิ่งที่สำคัญมากๆ ไม่แพ้กันเลยคือ “รูป” การใส่รูปของคุณลงไปด้วย มันเป็นเหมือนการบอกว่า “ถ้าสินค้า หรือการบริการมีปัญหา เราอยากให้คุณรู้ไว้ว่า คนที่อยู่ในรูปเหล่านี้ หน้าตาแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ จะเป็นคนให้บริการคุณ”

Buffer เริ่มจากการใช้ Elevator Pitch เพื่ออธิบายว่าพวกเขาทำอะไรก่อน หลังจากนั้นเขาจะพูดถึงคนในบริษัทแต่ละคน โดยเรียงลำดับจากวันที่เข้าร่วมบริษัท นอกจากนั้นแล้วคุณยังสามารถกด Learn more ถ้าคุณอยากรู้จักคนนั้นๆ เพิ่มเติม แค่นั้นยังไม่พอ เมื่อคุณกด Learn more แล้ว คุณเกิดอยากรู้จักคนคนนั้นขึ้นมา คุณสามารถใช้ Twitter เพื่อพูดคุยกับพวกเขาได้อีกด้วย

ในบรรดาทุกวิธีที่ผมเขียนถึงในนี้ ผมคิดว่าวิธีการใส่ชื่อ และใส่รูปของเจ้าของเว็บไซต์แบบนี้เป็นวิธีที่ทำได้ง่าย และเป็นวิธีในการสร้างความน่าเชื่อถือได้ดีที่สุดครับ

3. คลุกเรื่องเล่า เคล้าเรื่องราว

ผมคิดว่ามันมีความแตกต่างกันอย่างมากระหว่างการที่คุณ บอก ว่าคุณทำอะไร กับการที่คุณ เล่า ว่าคุณทำอะไร

การเขียนหน้า “เกี่ยวกับเรา” ให้เหมือนเรื่องเล่านั้นจะทำให้เว็บไซต์ของคุณดูน่าติดตาม คนอ่านอยากจะอ่าน และอยากรู้จักคุณต่อ วิธีนี้อาจจะดูเวิ่นเว้อ และดูขัดแย้งกับวิธีแรก (Elevator Pitch) ที่เน้นความฉับไว และตรงประเด็น แต่ผมคิดว่าถ้าคุณทำออกมาได้ดี มันจะดูทรงพลังไม่แพ้กับวิธีแรกที่ผมเขียนถึงเลย

Moz ใช้วิธีเขียนหน้า “เกี่ยวกับเรา” ผ่าน Timeline ตั้งแต่สมัยปี 2004 ที่ Rand Fishkin ก่อตั้งบริษัทของ Moz ขึ้นมากับแม่ของเขา จนกระทั่งถึงปี 2020 ที่บริษัทของเขาได้รับเงินลงทุน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากนั้นแล้ว Moz ยังแชร์ Core Value ของบริษัทอย่าง TAGFEE (Transparency & Authentic, Generous, Fun, Emphathetic และ Exceptional) ผ่านหุ่นยนต์ที่มีชื่อว่า Roger อีกด้วย

เอาจริงๆ เลยคือผมอ่านหน้า “เกี่ยวกับเรา” ของ Moz จบแล้ว ผมยังจับใจความไม่ได้เลยว่า Moz ทำอะไร แต่การเล่าเรื่องของพวกเขานั้น ทำให้ผมอยากจะเปิดเข้าไปหน้าอื่นๆ เพื่อศึกษาต่อ

4. โม้ได้ โม้เลย!

การโม้นั้นไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี ตราบใดที่การโม้นั้นๆ เป็นเรื่องจริง

การโม้อย่างพอเหมาะ และพอดีลงในหน้า “เกี่ยวกับเรา” (อาจจะเป็นหลังจากที่อธิบายเกี่ยวกับสินค้า, บริการ หรือตัวคุณ) นอกจากจะไม่ทำให้คนหมั่นไส้แล้ว ยังจะทำให้คนรู้สึก ว้าว อีกด้วยนะ

หน้าเกี่ยวกับเราของ Twitter นั้นขึ้นต้นด้วยคำว่า “It’s happening” และจากนั้นก็ต่อด้วย Mission ของบริษัทว่า “To give everyone the power to create and share ideas and information instantly, without barriers.”

จากนั้น Twitter ก็ได้โม้ถึงตัวเลข (ที่เป็นข้อเท็จจริง) เกี่ยวกับจำนวนผู้ใช้งาน, จำนวนพนักงาน และจำนวนภาษาที่ซัพพอร์ต

อีกบริษัทที่โม้ได้เจ๋งมากๆ เลยก็คือ Canva ที่เป็นโปรแกรมสำหรับออกแบบรูปภาพโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการออกแบบ ซึ่งในหน้าเกี่ยวกับเราของ Canva นั้นจะโชว์จำนวนผลงานที่ออกแบบผ่าน Canva แบบ Real Time

5. วาจาลูกค้ามีค่าดั่งทองคำ

ถึงแม้ว่าคุณจะเล่าเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม หรือโม้ได้อย่างยอดยุทธ์เพียงใด ในบางครั้ง มันก็อาจจะยังไม่เพียงพอที่จะทำให้คนที่เข้าเว็บไซต์ของคุณนั้นเชื่อถือคุณได้

คำชื่นชมของลูกค้าปัจจุบันที่พอใจ หรือชื่นชอบในตัวคุณ/บริษัทของคุณ (Customer Testimonial) นั้นสามารถช่วยคุณได้

โดยที่หลังจากพวกเขาได้ “โม้”, “เขียน Elevator Pitch” และ “โชว์หน้าตาทุกคนในทีม” เสร็จแล้ว พวกเขาก็ใส่ Customer Testimonial จากลูกค้ากว่า 10 คนลงไป ซึ่ง Testimonial ของลูกค้าแต่ละคนนั้นก็ไม่ใช่แค่ประโยคเพียงแค่ 2-3 บรรทัดที่บอกว่า “โอ้! สินค้าของ Elegant Themes เขาดีมาก คุณควรจะซื้อมันนะ”

ถ้าคุณลองกดเข้าไปดู Read His/Her Story คุณจะเห็นได้ว่ารีวิวของลูกค้าแต่ละคนนั้นมาเป็นบทความย่อยๆ เลยล่ะ

6. วีดีโอบอกเล่าเรื่องราว

VP ของ Facebook เคยกล่าวว่าในปี 2020-2021 คอนเทนต์บน Facebook อาจจะเป็นวีดีโอทั้งหมด

ถึงแม้คอนเทนต์บน Facebook จะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับหน้าเกี่ยวกับเราบนเว็บไซต์ แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าวีดีโอนั้นมีอิทธิพลขนาดไหน ถ้าวีดีโอแนะนำตัวคุณ/บริษัท นั้นทำออกมาได้ดี พลังของมันจะมีมากกว่าคอนเทนต์รูปแบบอื่นๆ เยอะเลยล่ะ

ตัวอย่างของการใช้วีดีโอบอกเล่าเรื่องราวที่ผมชอบนั้นเป็นของป๋า Neil Patel โดยที่ในหน้าเกี่ยวกับเราของป๋าแกนั้นเริ่มด้วยคำโปรยใหญ่ๆ ที่เขียนว่า “Who is Neil Patel?” จากนั้นก็ใส่วีดีโอแนะนำตัวเองสั้นๆ ที่ได้ใจความ

แล้วก็จบด้วยส่วนที่ทรงพลังที่สุดโดยการเปิดโอกาสให้ลูกค้า (คนอ่านบล็อก) นั้นมาคอมเมนต์ใต้วีดีโอ (วิธีที่ 5: วาจาลูกค้ามีค่าดั่งทองคำ)

7. ใส่ Call to action

ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีที่ผมเขียนถึงก่อนหน้านี้ไปกี่วิธี ถ้าในหน้าเกี่ยวกับเราของคุณนั้นขาด Call to action หน้าเกี่ยวกับเราของคุณมันก็เหมือนกับการที่นักเต้นบัลเลต์ที่เต้นมาดีตลอด แต่ดันมีท่าจบที่ไม่สวยงาม

หากคุณต้องการให้คนอ่านบล๊อก ก็ใส่ลิงก์ว่า “อ่านบล็อก” เพื่อดึงให้คนไปที่บล็อก

หากคุณต้องการเก็บอีเมล ก็ใส่ Subscription Form เพื่อให้คนกรอกอีเมล

หากคุณต้องการขายของ ก็ใส่ปุ่ม “ดูสินค้า” เพื่อให้คนไปเลือกซื้อของ

ถามตัวเองว่าคุณต้องการให้คนที่เข้ามาดูหน้าเกี่ยวกับเราของคุณทำอะไรต่อ จากนั้นก็ใส่ Call to action ให้ตรงกับสิ่งนั้น แล้วหน้าเกี่ยวกับเราของคุณจะไม่สูญเปล่า

หลังจากที่พวกเขา Elevator Pitch เกี่ยวกับเว็บไซต์ของตัวเองจบแล้ว พวกเขาก็พยายามที่จะส่งคนอ่านไปยังฟอร์มให้กรอกอีเมล, ฟัง Podcast และดูวีดีโอ

ผมเชื่อว่าใครก็ตามที่ได้คลิ๊กเข้าไปถึงหน้าเกี่ยวกับเราของ Social Media Examiner นั้นจะต้องคลิ๊กไปดูหน้าอื่นๆ ต่อแน่ๆ

และนี่ก็คือ 7 วิธีในการสร้างหน้า “เกี่ยวกับเรา” ให้ดูหน้าเชื่อถือนะครับ

แน่นอนว่ามันคงไม่สามารถเอาไปใช้ได้ทั้ง 7 วิธี เพราะว่าถ้าเอาไปใช้ทั้งหมดหน้าเกี่ยวกับเราของคุณน่าจะรกมากเกินความจำเป็น

ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะเอาวิธีไหนไปใช้ ผมแนะนำให้คุณลองมองเว็บไซต์ของคุณจากมุมของคนนอกดูว่ามันดูน่าเชื่อถือรึเปล่า? แล้วถ้ามันไม่น่าเชื่อถือ มันไม่น่าเชื่อถือเพราะว่าอะไร?

ตาคุณแล้ว

หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว คุณได้ไอเดียสำหรับการทำหน้าเกี่ยวกับเราบนเว็บไซต์ของคุณเพิ่มเติมบ้างรึเปล่า? มาคุยกันต่อได้ในคอมเมนต์เลยครับ : )

About HP

Welcome to HP

Watch the video

About Us

Our vision is to create technology that makes life better for everyone, everywhere — every person, every organization, and every community around the globe. This motivates us — inspires us — to do what we do. To make what we make. To invent, and to reinvent. To engineer experiences that amaze. We won’t stop pushing ahead, because you won’t stop pushing ahead. You’re reinventing how you work. How you play. How you live. With our technology, you’ll reinvent your world.

This is our calling. This is a new HP.

Keep reinventing.

HP’s Reinvention Journey

Watch the video

Leading the way

Explore HP

Discover stories about about innovation, reinvention and how technology is changing the world.

Reinventing the future through transformative technologies.

HP drives towards a materials- and energy-efficient circular economy.

Press resources, top HP stories and headlines from around the world.

We strive to engineer experiences that amaze, delight and inspire.

Information and insights into investor and financial news and events.

Dion Weisler

Dion Weisler is the President and CEO of HP Inc., a global leader in innovative personal computing devices, printers, 3D printing, and related services and solutions. A Fortune 100 company with operations in more than 170 countries, HP Inc. is focused on creating technology that makes life better for everyone, everywhere, while championing diversity, sustainability, and corporate responsibility in every community where it does business.

Dion became President and CEO of HP Inc. in 2020 after leading the company through one of the largest and most complex separations in corporate history.

With more than 25 years of experience in the IT industry, and having lived in 8 different countries, Dion has held key executive positions across multiple geographies in the IT and telecommunications sectors.

He began his HP career as Senior Vice President and Managing Director, Printing and Personal Systems, Asia Pacific and Japan. In that role, he was responsible for all aspects of the business in the region.

Before joining HP, Dion was the Vice President and Chief Operating Officer of Lenovo’s Product and Mobile Internet Digital Home groups, and led the Global Transaction Model worldwide. Before that he was the General Manager of Korea, ASEAN and ANZ, where he was responsible for Lenovo’s entire business in these markets.

Earlier in his career, he was General Manager at Telstra Corporation, Australia’s leading telecommunications company, where he was responsible for Telstra’s Conferencing and Collaboration products and services. He also had a successful 11-year career at Acer, where he became Managing Director of Acer UK after establishing and operating the company’s business in Central and Eastern Europe.

He holds a Bachelor of Applied Science – Computing degree from Monash University, Australia.

Dion is based in Palo Alto, California.

Enrique Lores

Enrique Lores is President of HP’s $20 billion Imaging, Printing & Solutions business. In August 2020, he was elected by the HP board of directors to serve as the company’s next President and CEO, effective November 1, 2020.

Lores is one of the company’s most accomplished, multi-faceted leaders. During his 30-year career, he has held senior leadership positions spanning HP’s Personal Systems, Print, Industrial and Services businesses across country, region and worldwide roles. Roles have included GM of HP’s commercial PC business, SVP of worldwide customer support and services, and SVP of worldwide sales and solutions, among others.

Since 2020, Lores has reinvented HP’s print business and consistently outperformed the company’s printing peer set with a focus on differentiated innovation, business model evolution and strategic M&A – including the company’s acquisition of Samsung’s printer business in 2020 – while fostering important ecosystem partnerships including Canon and Xerox.

Lores was a key architect of the separation of Hewlett-Packard Company in 2020, of one of the largest and most complex corporate separations in business history and he successfully led the Separation Management Office. He was instrumental in transforming HP’s cost structure while simplifying the organization and creating the capacity to invest in innovation to drive profitable top and bottom-line growth.

Throughout 2020, Lores has been working with the HP board of directors on a comprehensive global review of HP’s strategy and business operations, with a focus on simplifying its operating model, evolving its business models and driving improvement in its cost structure while making the company more digitally enabled and customer-centric.

Lores is deeply rooted in HP values and an advocate for the company’s Sustainable Impact strategy, aligning business and societal needs. He has spearheaded HP’s commitment to environmental sustainability and consistently drives efforts to positively impact people, planet and communities around the world.

Lores began his career as an HP intern, earning his degree in electrical engineering from the Polytechnic University of Valencia and his MBA from ESADE Business School. He is a passionate, purpose-driven leader who believes in building strong teams and empowering people. He serves on the boards of Silicon Valley Leadership Group and ESADE Business School. Lores is based in Palo Alto, California.

Asia Insurance

เกี่ยวกับเรา

ประวัติ บริษัทเอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน)

บริษัทฯ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2493 เป็นบริษัทประกันภัยของกลุ่มธนาคารเอเชียทรัสต์ด้วยทุนที่ชำระแล้ว 30 ล้านบาท

วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2546 กลุ่มผู้ชำนาญการด้านธุรกิจประกันภัยนำโดย นายจุลพยัพ ศรีกาญจนา ได้เข้าถือหุ้นและบริหารงาน เพื่อสร้าง “เอเชียประกันภัย” ให้เป็น บริษัทประกันภัย ที่มีนวัตกรรมใหม่แห่งวงการประกันภัย

ช่วงระหว่าง พ.ศ. 2548-2549 บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) คิดค้นกรมธรรม์ ประกันภัยรถยนต์แบบใหม่ แบบแรกในประเทศไทยจนได้เป็น GENERIC NAME ของวงการ ประกันภัย คือ ASIA 3+ ที่สร้างความแปลกใหม่เพิ่มสีสันให้กับวงการประกันภัย และได้รับการยกย่องเป็นบริษัทประกันภัยแนวนวัตกรรมใหม่

ปี 2550 บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล GOLD AWARD สุดยอดแคมเปญการตลาด MAT AWARD 2007 อันดับหนึ่งจากสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ประเภทแนวความคิดสร้างสรรค์ทางการตลาดใหม่

เปิดศูนย์จำหน่าย ASIA 3+ บนสถานีรถไฟฟ้า BTS เป็นการให้บริการแบบครบวงจรเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง เพื่อตอบสนองไลฟสไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว สะดวกสบาย ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการจากผู้บริโภคอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2551 ธนาคาร DEG (KFW) ธนาคารเพื่อการพัฒนาธุรกิจ อันดับหนึ่งจากประเทศสาธารณรัฐเยอรมัน ซึ่งเป็นธนาคารอันดับต้นของสหภาพยุโรปได้บรรลุข้อตกลงร่วมทุนกับ บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน คือพัฒนาธุรกิจประกันภัยของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพและศักยภาพในการขยายกิจการ และเสริมฐานะความมั่นคงทางการเงิน ปัจจุบันบริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนเป็นจำนวนเงิน 300 ล้านบาท

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 เอเชียประกันภัย 1950 ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน “บริษัทเอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน)” สู่ก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่ และมั่นคง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาด

ตั้งแต่ปี 2559 บริษัทฯ จับมือเป็นพันธมิตรกับคู่ค้าระดับประเทศทั้งในและนอกธุรกิจประกันภัย เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ๆและการให้บริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในสังคมปัจจุบันที่มีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บริษัทฯก้าวสู่การเป็นผู้นำและเจ้าตลาดด้านการประกันภัยสมาร์ทโฟน นอกจากนั้นบริษัทฯ เปิดตัวเทคโนโลยีการทำเคลมแบบเบ็ดเสร็จด้วยตัวเองครั้งแรกในประเทศไทย ผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือ A-Serve (Click2Claim) สะดวก รวดเร็ว เลือกรับเงินโอนเข้าบัญชีได้ทันที

ในปี 2561 บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกมากมาย อาทิเช่น การแจ้งพิกัดการเกิดอุบัติเหตุผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือ A-Serve (Click2Call) ติดตามสถานะการเดินทางพนักงานเซอร์เวย์ได้แบบเรียลไทม์, การสำรวจภัยโดยอากาศยานไร้คนขับ (Drone)

ในปี 2562 บริษัทฯยกระดับการให้บริการ เพิ่มการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Asia Roadside Assistance) และการนำเทคโนโลยีเข้ามาอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าและคู่ค้า เช่น การส่งกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ E-Policy การส่งใบเตือนต่ออายุผ่านสมาร์ทโฟน ฯลฯ เพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยกระดับความมั่นคงทางการเงินโดยการเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทจาก 300 เป็น 620 ล้านบาท

วิสัยทัศน์ & พันธกิจ

วิสัยทัศน์

Innovative For Caring

สำนักงานและการบริการ

เพื่อรองรับการให้บริการด้วยความถึงพร้อมในระดับมาตรฐานสากล กอปรกับเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก แก่ลูกค้าที่จะเลือกมอบความไว้วางใจ กับบริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) เราจึงมีนโยบายที่จะเพิ่มศูนย์ บริการทั่วประเทศให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่อีก 170 แห่งทั่วประเทศในขณะเดียวกันบริษัทฯจะเพิ่มศูนย์ขยายงานอีก 680 แห่งควบคู่กันไป เพื่อมอบโอกาสทางด้านสายงานอาชีพแก่ผู้สนใจทั่วๆ ไปอีกด้วย

บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) ให้บริการรับประกันวินาศภัยทุกประเภทและมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์อันได้แก่ กรมธรรม์ประเภทต่างๆ ให้มีความหลากหลาย และสามารถรองรับทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน โดยมีการดำเนินธุรกิจด้านการรับประกันภัยรถยนต์เป็นหลักซึ่งมีทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจ, ประกันอัคคีภัย, การประกันภัยทางทะเลและการขนส่ง และการประกันภัยเบ็ดเตล็ด อาทิ การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล, การประกันภัย ผู้เล่นกอล์ฟ เป็นต้น

พันธกิจ

ปลูกฝังอุดมการณ์ในด้านการบริการ พัฒนางานภายในและภายนอกองค์กรให้ดำเนินอย่างเป็นระบบ กำหนดมาตรฐานกลุ่มตัวแทน พร้อมพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญงานประกันและมีความสามารถเพื่อรองรับระบบเทคโนโลยี

ข้อมูลสำคัญในรอบปี

บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) มุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่ภาพลักษณ์ที่โดดเด่น และชัดเจนในการเป็นบริษัทประกันภัยที่ขอเสนอตัวเองเป็นทางเลือกใหม่ในใจคุณ และการบริการให้เป็นเลิศ เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต สำหรับอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยประจำปี 2547 รวม 192 ล้านบาท โดยคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 380 %

บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน)
มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรให้มีความทันสมัยพร้อมด้วยการบริการที่เป็นเลิศและมีความตั้งใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบสนองความต้องการทั้งนี้เพื่อประโยชน์อันสูงสุดสำหรับลูกค้าของบริษัทฯ

“เอเชียประกันภัย ให้คุณโลดแล่นในทุกองศาชีวิต ตามที่คุณคิดและต้องการ”

พันธมิตร

จากความสําเร็จของเอเชียประกันภัยในฐานะคลื่นลูกใหม่ในวงการประกันภัย ทําให้ ธนาคาร DEG ซึ่งเป็นสถาบันการเงิน ในกลุ่ม KFW ธนาคารเพื่อการพัฒนาธุรกิจอันดับหน่ึงจากประเทศสาธารณรัฐเยอรมันนี ได้ติดต่อผ่านผู้แทนการเงิน ขอร่วมลงทุนในเอเชียประกันภัยตามสัดส่วนที่กฏหมายกําหนดสูงสุด 24.9% ตามท่ีบริษัทต่างชาติพึงถือหุ้นได้ และ บรรลุข้อตกลงร่วมทุนกับ บริษัทเอเชียประกันภัย 1950 จํากัด เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2551 โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน คือ พัฒนาธุรกิจประกันภัยของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพและศักยภาพในการขยายกิจการ เสริมฐานะความมั่นคง ทางการเงิน

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

ตัวเลือกไบนารีและอัตราแลกเปลี่ยน
Leave a Reply

;-) :| :x :twisted: :smile: :shock: :sad: :roll: :razz: :oops: :o :mrgreen: :lol: :idea: :grin: :evil: :cry: :cool: :arrow: :???: :?: :!: