Parabolic SAR ดัชนีแกว่งโฟกลยุทธ์การซื้อขาย

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

หาจุดเปลี่ยนด้วย Parabolic SAR

Parabolic SAR เป็นอีกเครื่องมือหนึ่ง ที่เป็นที่นิยม เพราะสามารถดูและเข้าใจได้โดยง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน เหมาะกับตลาดที่เป็นเทรนด์ หรือมีแนวโน้ม ใช้บอกเทรนด์ ว่าเป็นอย่างไร มีแนวโน้มที่จะอยู่ต่อไปอีกไหม บอกราคาถึงจุดสูงสุด หรือจุดต่ำสุด รวมทั้งการพลิกกลับไปอีกฝั่งตรงข้าม

Parabolic SAR ถูกคิดค้นและพัฒนาโดย Mr. J. Welles Wilder จากที่เขาได้เล็งเห็นถึงปัญหา ของการวิเคราะห์ทางเทคนิค นั่นก็คือ ความล่าช้าของเวลา เพราะเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคชนิดต่างๆ มักจะเคลื่อนที่ตามหลังราคาหรือดัชนีตลอด แนวโน้มที่ได้จึงดูไม่น่าเชื่อถือ เพราะเกิดจากสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เขาจึงสร้างเครื่องมือเทคนิคตัวใหม่ที่เรียกว่า พารา-โบลิก (Para – bolic) โดยการเพิ่มความเร่งของสัญญาณแนวโน้มเข้าไป ในขณะที่ราคาสามารถทำยอดสูงใหม่ หรือต่ำใหม่ได้ โดยพิจารณาให้ความสำคัญไปที่ราคาและเวลาเป็นหลัก สัญญาณดังกล่าวนี้เรียกว่า Parabolic SAR ซึ่งคำว่า SAR นั้น ย่อมาจากคำว่า Stop and Reversal ที่หมายถึง จุดเปลี่ยนแนวโน้มนั่นเอง

ประโยชน์และการนำมาใช้งาน

  • บอกว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงไหน
  • บอกการแกว่งตัวของราคาว่าเคลื่อนที่เร็วหรือช้า
  • บอกถึงความยาวของเทรนด์ และจุดกลับตัว
  • เป็นสัญญาณ ซื้อหรือขาย

1.บอกว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงไหน โดยให้ดูจากจุดไข่ปลา (Parabolic SAR) ว่าอยู่บนหรือล่าง

  • ถ้าเกิดจุดไข่ปลาเป็นแถวด้านล่าง หมายถึงเป็นตลาดขาขึ้น (Bull Market, กระทิง)
  • ถ้าเกิดจุดไข่ปลาเป็นแถวด้านบน หมายถึงเป็นตลาดขาลง (Bear Market, หมี)

2.บอกการแกว่งตัวของราคาว่าเคลื่อนที่เร็วหรือช้า

  • ถ้าจุดไข่ปลาอยู่ใก้ลกัน หมายถึงตลาด(ราคา) แกว่งตัวเคลื่อนที่ช้า
  • ถ้าจุดไข่ปลาอยู่ห่างกัน หมายถึงตลาด(ราคา) แกว่งตัวเคลื่อนที่เร็ว

3.บอกถึงความยาวของเทรนด์ และจุดกลับตัว ซึ่งดูได้จาก

  • ถ้าจุดไข่ปลาวิ่งเข้าหาใกล้แท่งเทียน = ตลาด(ราคา) มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยน (กลับตัว)
  • ถ้าจุดไข่ปลาวิ่งอยู่ห่างจากแท่งเทียน = ตลาด(ราคา) ยังคงมีแนวโน้มเช่นเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

4.เป็นสัญญาณซื้อหรือขายโดยแยกออกเป็นดังนี้

  • เป็นสัญญาณซื้อ เมื่อเกิดจุดที่ด้านล่างของกราฟ (แท่งเทียน) โดยยึดหลัก
  • เป็นสัญญาณขาย เมื่อเกิดจุดที่ด้านบนของกราฟ (แท่งเทียน) โดยยึดหลัก

4.1 เป็นสัญญาณซื้อ เมื่อเกิดจุดที่ด้านล่างของกราฟ (แท่งเทียน) โดยยึดหลัก

Buy เมื่อเกิดจุด (Parabolic SAR) แล้ว 3 จุด ที่อยู่ด้านล่างของกราฟแท่งเทียน

ปิดออเดอร์ Buy เมื่อเกิดจุด Parabolic SAR แล้ว 3 จุด ที่อยู่ด้านบนของกราฟแท่งเทียน

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

4.2 เป็นสัญญาณขาย เมื่อเกิดจุดที่ด้านบนของกราฟ (แท่งเทียน) โดยยึดหลัก

Sell เมื่อเกิดจุด Parabolic SAR แล้ว 3 จุด ที่อยู่ด้านบนของกราฟแท่งเทียน

และปิดออเดอร์ Sell เมื่อเกิดจุด Parabolic SAR แล้ว 3 จุด ที่อยู่ด้านล่างของกราฟแท่งเทียน

โบรกเกอร์ forex แนะนำ
XM | EXNESS | FBS

Parabolic Sar คืออะไร – การตั้งค่า indicator ให้ประสบความสำเร็จในการเทรด

The Parabolic Stop และ Reverse, หรือที่ส่วนใหญ่รู้จักกันใน Parabolic SAR, เป็น trend following indicator ที่พัฒนาโดย J.Welles Wilder ซึ่ง parabolic SAR ให้นักเทรดดูทิศทางการเคลื่อนที่ของหลักทรัพย์, เช่นเดียวกับการให้จุดเข้าและจุดออก ในบทความนี้, เราจะดูที่พื้นฐานของ indicator นี้ และแสดงให้เห็น วิธีที่คุณสามารถรวมเข้ากับกลยุทธ์การเทรดของคุณได้อย่างไร

Parabolic Sar คืออะไร

The Parabolic SAR คือ indicator ทางเทคนิคที่ใช้กำหนดทิศทางราคาของสินทรัพย์, รวมถึงความสนใจเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงราคา ซึ่ง Parabolic SAR จะแสดงเส้น parabolic เป็นเส้นเดี่ยว (หรือจุด) อยู่ใต้แท่งราคาในแนวโน้มขาขึ้น, และด้านบนราคาในแนวโน้มขาลง

The Parabolic SAR มีหน้าที่หลักสามอย่างคือ:

  • เน้นที่ทิศทางราคาปัจจุบัน (แนวโน้ม)
  • ให้สัญญาณที่เป็นไปได้ในการเข้าออเดอร์
  • ให้สัญญาณที่เป็นไปได้ในการออกออเดอร์

อ่านต่อสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือลองเล่นใน บัญชีทดลองที่ปราศจากความเสี่ยง และเรียนรู้ว่า Parabolic SAR indicator คืออะไรในเวลาจริง

การคำนวณ Parabolic SAR

The Parabolic SAR (PSAR) indicator ใช้ราคาที่เป็นที่สุด (สูงสุด และ ต่ำสุด) ของราคาปัจจุบัน (EP), พร้อมด้วยปัจจัยอัตราเร่ง (AF), เพื่อกำหนดว่าจุดของ indicator จะปรากฎที่ไหน

การคำนวณของ SAR นั้นซับซ้อนด้วยตัวแปร ที่ทำให้ยากต่อการวางลงในแผ่นตาราง ตัวอย่างเหล่านี้จะให้แนวคิดทั่วไปของวิธีการคำนวณ SAR เพราะว่าสูตรของการขึ้นและตกลงของ SAR จะแตกต่างกัน, มันง่ายกว่าที่จะแบ่งการคำนวณออกเป็นสองส่วน อันดับแรกการคำนวณกรอบการขึ้นของ SAR และอันดับสองกรอบการตกของ SAR

The Parabolic SAR คำนวณได้ตามนี้:

  • แนวโน้มขาขึ้น: PSAR = Prior PSAR + Prior AF (Prior EP – Prior PSAR)
  • แนวโน้มขาลง: PSAR = Prior PSAR – Prior AF (Prior PSAR – Prior EP)

อธิบาย:
EP = Highest high สำหรับแนวโน้มขาขึ้น, และ lowest low สำหรับแนวโน้มขาลง ที่อัพเดทในแต่ละเวลาที่เข้าถึง new EF
AF = ค่าเริ่มต้นที่ 0.02, เพิ่มขึ้น 0.02 ในแต่ละเวลาที่เข้าถึง new EP, โดยค่าสูงสุดที่ 0.20
สิ่งที่การคำนวณนี้ทำคือการสร้างจุด (ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับเส้นถ้าต้องการ) ด้านล่างการเคลื่อนไหวของราคาที่สูงขึ้น, หรือเหนือการเคลื่อนไหวของราคาที่ลดลง ซึ่ง จุดหรือเส้น ช่วยให้เน้นในเรื่องทิศทางของราคาปัจจุบัน และจุดนั้นจะแสดงตลอด, ถึงแม้ว่า, เป็นสาเหตุที่ indicator ถูกเรียกว่า “stop and reverse” เมื่อราคาตกอยู่ด้านล่างของจุดที่กำลังขึ้น, จุดจะพลิกขึ้นมาบนแท่งราคา และเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นผ่านจุดที่กำลังตกลงมา, จุดจะพลิกมาอยู่ใต้ราคาด้านล่าง

โชคดี, ที่ซอฟแวร์กราฟทำการคำนวณให้เราทั้งหมด ซึ่งรูปภาพด้านล่างจะแสดงให้เห็นว่า Parabolic SAR มีลักษณะอย่างไรบนกราฟ

วิธีเทรดด้วย the Parabolic SAR

พื้นฐานการใช้ the Parabolic SAR คือการซื้อเมื่อจุดเคลื่อนที่อยู่ใต้แท่งราคา (สัญญาณแนวโน้มขาขึ้น) และขายหรือ short-sell เมื่อจุดเคลื่อนที่อยุ่เหนือแท่งราคา (สัญญาณแนวโน้มขาลง)
ซึ่งจะส่งสัญญาณการเทรดที่คงที่, แม้ว่า, นักเทรดจะยังมีออเดอร์อยู่เสมอ ซึ่งอาจจะดีถ้าราคาทำการแกว่งตัวกลับครั้งใหญ่ และ ทำกำไรได้ในแต่ละการเทรด – แต่เมื่อราคาเคลื่อนที่เพียงเล็กน้อยในแต่ละทิศทาง, สัญญาณการเทรดเหล่านี้สามารถทำให้การเทรดขาดทุนติดต่อกันได้

ดังนั้น, จึงเป็นการดีกว่าที่จะวิเคราะห์การเคลื่อนที่ของราคาในวันที่กำหนด ถ้าแนวโน้ม (ถ้ามี) ขึ้นหรือลง indicator ตัวอื่นเช่น moving average หรือ trendlines ก็สามารถใช้เพื่อกำหนดทิศทางแนวโน้มได้เช่นกัน ถ้ามีแนวโน้ม, เพียงแค่เทรดตามสัญญาณในทิศทางของแนวโน้มโดยรวมเท่านั้น ตัวอย่าง, ถ้าแนวโน้มลง (บนพื้นฐานการวิเคราะห์ของคุณ), เพียงแค่รับสัญญาณเทรด short – เมื่อจุดพลิกมาด้านบนของแท่งราคา – และจากนั้นออกจากออเดอร์เมื่อจุดกลับมาอยู่ด้านล่างแท่งราคา

ซึ่งวิธีนี้, indicator จะใช้ในแนวโน้มที่แข็งแกร่ง: จับการเคลื่อนไหวของแนวโน้ม ถ้าคุณสร้างแนวโน้มโดยรวม, จากนั้นคาดหวังว่าคุณจะไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับจุดอ่อนของ indicator: สัญญาณการเทรดที่ไม่ทำกำไรคือเมื่อไม่มีแนวโน้ม

รูปภาพด้านบนแสดงการเข้าเทรด short ที่มีความเป็นไปได้ในแนวโน้มขาลง, เช่นเดียวกับการออกจากออเดอร์ นอกจากนี้ยังแสดงช่วงเวลาที่ราคาเคลื่อนออกด้านข้าง (sideway); ที่ช่วงเวลานั้นจะไม่เหมาะกับทำการเทรดบนพื้นฐานของ Parabolic SAR

Indicators ที่ช่วยเสริมกับ Parabolic SAR

ในการเทรด, มันจะดีกว่าถ้ามีหลาย indicators เพื่อยืนยันสัญญาณที่แน่นอนมากกว่าจะยึดเจาะจง indicator เพียงตัวเดียว การเสริมสัญญาณการเทรดของ SAR โดยการใช้ indicators ตัวอื่น เช่น stochastic, moving average หรือ the ADX

ตัวอย่าง,​ สัญญาณการขาย SAR จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นเมื่อราคาเทรดอยู่ล่าง long-term moving average ซึ่งราคาที่อยู่ด้านล่างของ long-time moving average แสดงให้เห็นว่าผู้ขายอยู่ในการควบคุมของทิศทางและสัญญาณการขายของ SAR ล่าสุด ที่สามารถเป็นการเริ่มต้นของคลื่นอื่นๆที่ต่ำกว่า
ในทำนองเดียวกัน, ถ้าราคาอยู่เหนือ moving average, ให้เน้นไปที่สัญญาณการซื้อ (จุดเคลื่อนที่จากด้านบนไปด้านล่าง) The SAR indicator ยังสามารถใช้เป็น stop-loss, แต่เนื่องจากแนวโน้มระยะยาวปรับตัวขึ้น, จึงไม่ควรเข้าตำแหน่ง short

ข้อโต้แย้งของ the parabolic SAR คือการใช้สามารถทำให้เกิดการเทรดมากมาย กราฟด้านบนแสดงให้เห็นการเทรดหลากหลาย นักเทรดบางรายโต้แย้งว่าการใช้ moving average อย่างเดียวจะช่วยให้จับการเคลื่อนที่ทั้งหมดในการเทรดหนึ่งครั้ง ดังนั้น, โดยทั่วไปแล้วนักเทรดที่ใช้ parabolic SAR ต้องการที่จะจับการเคลื่อที่ของ high-momentum และจากนั้นก็จะออกจากการเทรด
The parabolic SAR ทำงานได้ดีที่สุดในตลาดที่มีแนวโน้มคงที่ ส่วนในตลาดแบบขึ้นๆลงๆ, the parabolic SAR แนวโน้มแกว่งไปมา, และสร้างสัญญาณการเทรดที่ผิดพลาด

ข้อดีและข้อเสียของ Parabolic SAR

ข้อได้เปรียบสำคัญของ indicator คือช่วงที่อยู่ระหว่างแนวโน้มที่แข็งแรง ซึ่ง indicator จะเน้นที่แนวโน้มแข็งแรง, ทำให้นักเทรดอยู่ในการเคลื่อนไหวของแนวโน้ม และ indicator ยังให้การออกจากออเดอร์ เมื่อมีการเคลื่อนไหวที่ต่อต้านกับแนวโน้ม, ที่สามารถให้สัญญาณการกลับตัว บางครั้งเป็นการออกจากออเดอร์ที่ดี, ที่ราคาจะกลับตัว; บางครั้งก็ไม่ได้เป็นการออกจากออเดอร์ที่ดี เนื่องจากราคาเริ่มต้นเคลื่อนที่ทันทีในทิศทางแนวโน้มอีกครั้ง

ข้อเสียเปรียบที่สำคัญของ indicator คือมันจะให้ความเข้าใจเชิงวิเคราะห์เพียงเล็กน้อย หรือสัญญาณการเทรดที่ดีในช่วงสภาวะตลาด sideways เพราะว่าไม่มีแนวโน้มให้เห็น, indicator จะพลิกกลับไปมาอยู่เหนือและอยู่ด้านล่างราคา ซึ่งการเคลื่อนไหวราคาแบบนี้สามารถคงอยู่ได้ทั้งวัน, ดังนั้นถ้านักเทรดแบบรายวันพึ่งเพียงแต่ Parabolic SAR อย่างเดียวสำหรับดูสัญญาณการเทรด, ในกรณีนี้, มันอาจเป็นวันที่ขาดทุนครั้งใหญ่

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมจึงแนะนำนักเทรดให้เรียนรู้ในการวิเคราะห์แนวโน้ม – ถึงแม้ว่าการอ่าน price action การเคลื่อนไหวของราคา หรือ โดยการช่วยเหลือจาก indicator อื่นๆ – ดังนั้นพวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงการเทรด เมื่อไม่มีแนวโน้มปรากฎให้เห็น, และจะทำการเทรดเมื่อมีแนวโน้มให้เห็น

Setting up Parabolic Stop and Reversal (PSAR) in MetaTrader 4/5

This section shows you how to set up the parabolic SAR in MT5. It assumes that you have opened a chart.

Add a parabolic SAR and set the parameters of this indicator:

  • Click Insert and move your mouse over Indicators and Trend
  • Click Parabolic SAR

Setting the common parameters

After you have completed the step above, the settings menu appears.

Most indicators can be controlled by several common parameters.

There are two types of parameters:

  • Calculations of the indicator: e.g. the amount of periods used for the parabolic SAR (you do not need to worry too much about this in the beginning)
  • Visuals of an indicator: e.g. how it will look, the colour and thickness of the lines, etc.

Changing parameters at a later time

To change the settings of the indicator directly on the chart at a later date:

  • Right-click the parabolic SAR (you will have to be exact on the line of the indicator to get the menu seen below)
  • Choose SAR Properties

The parameter menu appears again where you can change the indicator.

Deleting an indicator

To delete the parabolic SAR:

  • Right-click the indicator that you want to delete (you will have to be exact on the line of the indicator to get the menu shown below)
  • Click Delete Indicator

The parabolic SAR disappears from your chart.

ทำความเข้าใจวิธีอ่าน Parabolic SAR indicator นั้นสำคัญ, แต่ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ, MetaTrader 5 AM Broker ให้ใช้เครื่องมือ Parabolic SAR และผู้สอนของเราสามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้อง เริ่มเล่นผ่าน บัญชีทดลอง และสังเกต วิธีที่ Parabolic SAR indicator สามารถทำเงินให้คุณได้อย่างจริงจัง อีกทางเลือกหนึ่ง, ใช้ Expert Advisor Builder และ สร้างกลยุทธ์การเทรดแบบอัตโนมัติโดยใช้ การตั้งค่า Parabolic SAR ที่แม่นยำที่สุด เพียงไม่กี่คลิก, โดยไม่ต้องเขียนโค้ดใดๆ

เขียน ea forex ด้วยตัวคุณเอง เพียงไม่กี่คลิก – โปรแกรมช่วยเขียน EA Forex

กลยุทธ์หาจังหวะเข้าจังหวะออก

ในการซื้อขายค่าเงิน หรือการเทรดคู่เงินในตลาด Forex นั้น การหาจังหวะเข้า หรือออกออเดอร์ที่ดีที่สุด ก็เท่ากับเรามีชัยไปกว่าครึ่ง แต่ถ้าหากเราออกออเดอร์ผิดที่ เทรดกี่ทีก็ไม่ได้กำไร ต้องมาเสียเวลาแก้ไขอยู่ร่ำไป จนสุดท้ายก็ต้องไปตายเอาดาบหน้า กุมชะตากรรม ยอมรับการขาดทุนไปในที่สุด มันจึงดูไม่เข้าท่าเอาซะเลย ว่าไหมครับ?

ฉนั้นการรู้จังหวะเข้า รู้จังหวะออก(ออเดอร์) จึงเป็นศาสตร์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการเทรดให้ได้กำไร ช่วยให้สามารถอยู่ในตลาดได้นาน เพราะเมื่อเราเริ่มต้นมาดีแล้ว ย่อมมีความได้เปรียบมากกว่าเสียเปรียบนั่นเอง

กลยุทธ์หาจังหวะเข้า หรือจากออกออเดอร์ด้วย Oscillators CCI , MACD

เป็นกลยุทธ์หาจังหวะเข้าออกออเดอร์ง่ายๆ โดยอาศัย สัญญาณที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง จากจุดเข้า-จุดออกในตลาด ซึ่งประกอบด้วย 2 ตัวช่วย(อินดี้) คือการใช้ Oscillators CCI กับ MACD ในหน้าต่างเดียวกัน (ทับซ้อนกัน) ซึ่งจะใช้ได้ผล หรือให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด กับไทมเฟรมที่ M1 – H1 สำหรับไทมเฟรมที่แนะนำคือ M5
การตั้งค่าตัวชี้วัดกำหนดตามนี้คือ

  • MACD: Period (Fast EMA – 12, slow EMA – 26, Signal SMA – 2)
  • CCI : Period – 14

เนื่องจากเราใช้อินดี้ 2 ตัว (MACD,CCI) ในหน้าต่างเดียวกัน เราจึงต้องลากอินดี้ทั้งสองตัวดังกล่าวมาทับซ้อนกัน โดยไปที่เมนู Navigator >> indicators >> แล้ว MACD ไปยังกราฟก่อน >> จากนั้นลาก CCI ไปทับซ้อนอีกที ในหน้าต่างโซนเดียวกัน และอย่าลืม Set ค่า MACD ไว้ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น

ตัวอย่างการ Set ค่า MACD: Period (Fast EMA – 12, slow EMA – 26, Signal SMA – 2)

1. การจับหวะหาตำแหน่งเข้า-ออกออเดอร์กรณีซื้อ (ฺBuy)

เปิดออเดอร์ซื้อ (เข้าออเดอร์) เมื่อเส้น CCI (สีฟ้า) ข้ามเส้น +100 จากล่างขึ้นบน ในขณะที่ตัวชี้วัด MACD จะต้องอยู่เหนือเส้นแบ่ง 0

ปิดออเดอร์ซื้อ (ออกจากออเดอร์) เมื่อเส้น CCI ย้อนกลับมาที่ระดับ +100 หรือข้ามขอบ MACD แนะนำดูจากภาพตัวอย่างด้านล่างกรณีซื้อ

2. การจับหวะหาตำแหน่งเข้า-ออกออเดอร์กรณีขาย (ฺSell)

เปิดออเดอร์ขาย (เข้าออเดอร์) เมื่อเส้น CCI (สีฟ้า) ข้ามเส้น -100 ลงมา ในขณะที่ตัวชี้วัด MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นแบ่ง 0

ปิดออเดอร์ขาย (ออกจากออเดอร์) เมื่อเส้น CCI ย้อนกลับมาที่ระดับ -100 หรือข้ามขอบ MACD แนะนำดูจากภาพตัวอย่างด้านบนกรณีขาย

ในการเทรดด้วยกลยุทธ์นี้คุณจะต้องเฝ้าติดตามเทอมินัลอ่านตัวชี้วัด เพราะตัวเลือกนี้ไม่ได้ให้ฟังก์ชั่นในการวาง stop loss หรือ take profit

หมายเหตุ: มุมมองผู้เขียนจากการใช้กลยุทธ์นี้ มองว่า กรณีที่จะปิดหรือออกจากออเดอร์ไม่ว่าจะซื้อหรือขายนั้น ควรปิดทันทีเมื่อมองเห็นว่าราคาจะไม่ไปต่อ หรือมันกำลังจะสวนทาง

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

ตัวเลือกไบนารีและอัตราแลกเปลี่ยน
Leave a Reply

;-) :| :x :twisted: :smile: :shock: :sad: :roll: :razz: :oops: :o :mrgreen: :lol: :idea: :grin: :evil: :cry: :cool: :arrow: :???: :?: :!: