Pivot point คืออะไร และมีวิธีใช้ในการเทรดอย่างไร

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

Pivot Point คืออะไร และมีวิธีใช้ในการเทรดอย่างไร

Pivot Point คือหนึ่งใน indicator ที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางในการเทรดรายวัน เครื่องมือนี้วางเส้นแนวรับ และแนวต้าน เจ็ดระดับเพื่อหาจุดเปลี่ยนในตลาดระหว่างวัน ในบทความนี้จะอธิบายว่า pivot point คืออะไร และมีวิธีใช้อย่างไรในการ เทรด forex

Pivot Point คือ

Pivots Points เป็นระดับกราฟที่สำคัญที่สามารถใช้กำหนดการเคลื่อนไหวทิศทาง และระดับแนวรับ/แนวต้าน ที่มีความเป็นไปได้ Pivot Points ใช้จุดสูงสุด, ต่ำสุด และราคาปิด ของช่วงก่อนหน้า, เพื่อค่าประมาณระดับแนวรับ และแนวต้านในอนาคต ในเรื่องนี้, Pivot Point เป็นการทำนาย หรือ leading indicators

The pivot point คือพื้นฐานสำหรับ indicator, แต่มันยังรวมถึงระดับแนวรับ และแนวต้านอื่นๆ ที่คาดการณ์บนพื้นฐานการคำนวณ pivot point ทุกระดับเหล่านี้ช่วงในนักเทรดเห็นว่าราคาสามารถสัมผัสกับแนวรับหรือแนวต้าน

การคำนวณ Pivot Point – Calculator

Pivots points สามารถคำนวณสำหรับกรอบเวลาที่หลากหลายในโปรแกรมกราฟบางตัวที่สามารถให้คุณปรับแต่ง indicator ได้ ตัวอย่าง, บางโปรแกรมอาจจะให้คุณคำนวณ pivots points สำหรับรายสัปดาห์ หรือรายเดือน แต่ indicator พื้นฐานถูกวางบนระดับรายวัน

ระดับราคากึ่งกลาง – pivot point – ถูกคำนวณเป็นฟังก์ชั่นของจุดสูง, ต่ำ, และราคาปิดของตลาด จากวันก่อนหน้า (หรือ ช่วง, โดยทั่วไป) ค่าเหล่านี้จะถูกรวมและหารด้วยสาม นี่เป็นแนวคิดเดียวกันกับ “ราคาปกติ”

Pivot Point Indicator = [High (previous) + Low (previous) + Close (previous)] / 3
ระดับ หกราคาอื่นๆ – สามระดับแนวรับ และสามระดับแนวต้าน – ทั้งหมดใช้ค่าของ pivot point เป็นส่วนในการคำนวณ

สามระดับแนวรับเรียกเป็น แนวรับ1, แนวรับ2 และ แนวรับ3 ส่วนสามระดับแนวต้านคือ แนวต้าน1, แนวต้าน2 และแนวต้าน3 นอกจากนี้คุณอาจเห็นในรูปแบบการเขียนสั้นๆ – S1, S2, S3 และ R1, R2, R3 ตามลำดับ

ค่าเหล่านี้ถูกคำนวณดังนี้:

  • แนวต้าน1 = (2 x Pivot Point) – Low (previous period)
  • แนวรับ1 = (2 x Pivot Point) – High (previous period)
  • แนวต้าน2 = (Pivot Point – แนวรับ 1) + แนวต้าน 1
  • แนวรับ2 = Pivot Point – (แนวต้าน 1 – แนวรับ 1)
  • แนวต้าน3 = (Pivot Point – แนวรับ 2) + แนวต้าน 2
  • แนวรับ3 = Pivot Point – (แนวต้าน 2 – แนวรับ 2)

เนื่องจากระดับราคาขึ้นอยู่กับสูง, ต่ำ, และปิดของวันก่อนหน้า, ช่วงที่กว้างขึ้นระหว่างค่าเหล่านี้จะยิ่งทำให้ระยะห่างระหว่างระดับสูงขึ้นในวันเทรดถัดไป ในทำนองเดียวกัน, ยิ่งระยะการเทรดสั้นลง, ระยะห่างระหว่างระดับก็จะน้อยลงในวันต่อมา

อ่านต่อ หรือ เริ่มเทรด forex โดยใช้โค้ด WELCOME20 เพื่อลงทะเบียนรับโบนัสฟรี 20$ แบบไม่ต้องฝากเงิน เพื่อความเข้าใจที่ดีขึ้นของ Pivot Points ในเวลาจริง

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

Pivot Point Indicator

การตั้งค่า Pivot Point โดยทั่วไปสำหรับ price action นี่คือเส้นกลางของกลุ่มที่ทำเครื่องหมาย (P) การเคลื่อนไหวด้านบน Pivot Point เป็นบวก และแสดงความแข็งแกร่ง จำไว้ว่าเมื่อ Pivot Point อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลช่วงเวลาก่อนหน้า มันถูกนำออกมาในช่วงเวลาปัจจุบันเป็นระดับที่สำคัญครั้งแรก การเคลื่อนไหวเหนือ Pivot Point แสดงให้เห็นความแข็งแกร่งโดยมีเป้าหมายไปที่แนวต้านแรก การทะลุเหนือแนวต้านแรกแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่มากขึ้นโดยมีเป้าหมายไปที่ระดับแนวต้านที่สอง

การกลับตัวที่แท้จริงในทิศทางขาลง การเคลื่อนที่ต่ำกว่า Pivot Point แสดงให้เห็นความอ่อนแรงที่เป้าหมายแนวรับแรก การทะลุที่ระดับต่ำกว่าระดับแนวรับแรกแสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนที่มากขึ้นโดยมีเป้าหมายเป็นระดับแนวรับที่สอง

แนวรับ และ แนวต้าน Pivot Point

ระดับแนวรับ และ แนวต้าน บนพื้นฐานของ Pivot Point สามารถใช้งานได้เหมือนระดับแนวรับ และแนวต้านแบบดั้งเดิม หลักสำคัญคือการดู price action อย่างใกล้ชิด เมื่อระดับเหล่านี้เข้ามาเล่น หากราคาปฏิเสธแนวรับและคงที่, นักเทรดสามารถมองหาการทดสอบที่ประสบความสำเร็จและเด้งออกจากแนวรับ มันมักจะช่วยให้มองหารูปแบบกราฟ bullish หรือสัญญาณ indicator เพื่อยืนยันการปรับตัวขึ้นจากแนวรับ ในทำนองเดียวกัน, หากราคาทะลุแนวต้าน และยังคงอยู่, นักเทรดสามารถมองหาความล้มเหลวที่แนวต้านและการลดลง อีกครั้ง, นักกราฟจะมองหารูปแบบกราฟ bearish หรือ สัญญาณ indicator เพื่อยืนยันการปรับตัวลงจากแนวต้าน

ระดับแนวรับ และแนวต้านที่สองสามารถใช้เพื่อระบุสถานการณ์ที่มีแนวโน้มที่จะซื้อมากเกินไปและขายเกินมากเกินไป การเคลื่อนไหวด้านบนของระดับแนวต้านที่สองจะแสดงความแข็งแกร่ง, แต่ก็ยังบ่งบอกถึงสถานการณ์ที่ซื้อมากเกินไป ที่สามารถทำให้เกิดการดึงราคากลับ ในทำนองเดียวกัน, การเคลื่อนไหวที่อยู่ด้านล่างของแนวรับที่สองจะแสดงความอ่อนแรง, แต่ยังแสดงเงื่อนไขการขายมากเกินในระยะสั้น ที่สามารถทำให้เกิดการเด้งขึ้นไป

Pivot Points for MetaTrader 5 (MT5)

How to install a custom indicator to your MetaTrader 5 platform

  1. Download the Pivot-Point indicator from Traders Room
  2. Locate and copy the MT5 custom indicator file on your computer. These are the MT5 indicator files that you would have downloaded
  3. Open the data folder
  4. Open the MQL5 file
  5. Open the indicators folder
  6. Paste the files
  7. Restart MetaTrader 5

How to use a custom indicator on your charts

  1. Open your MetaTrader 5 platform
  2. Locate the Navigator panel, as below
  3. On the navigator, find Custom Indicators
  4. Click Custom indicators, and you should see your newly installed indicator
  5. Double click the indicator and the Indicator Properties window will appear
  6. Click OK

บทสรุปเกี่ยวกับ Forex Pivot Points

Pivot Points เสนอนักกราฟถึงวิธีการในการกำหนดทิศทางราคา และตั้งค่าระดับแนวรับ และแนวต้าน ทิศทางราคาถูกกำหนดโดยการดูที่ความสัมพันธ์ price action ของช่วงเวลาปัจจุบันกับ pivot point: เริ่มต้นด้านบน หรือด้านล่าง pivot point หรือตัดกันในทิศทางอื่นระหว่างการเทรด การตั้งค่าแนวรับ และ แนวต้าน เข้ามาอยู่ในการเล่นหลังจากทิศทางราคาถูกกำหนด ในขณะที่แบบดั้งเดิมได้รับการออกแบบสำหรับ floor trader, แนวคิดเบื้องหลัง Pivot Points สามารถนำไปใช้กับกรอบเวลาต่างๆ ได้

เช่นเดียวกับ indicator ทั้งหมด, สิ่งสำคัญคือการยืนยันสัญญาณ Pivot Point ด้วยการวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่นๆ รูปแบบแท่งเทียนกลับตัว bearish สามารถยืนยันการกลับตัวของแนวต้านที่สอง Oversold RSI สามารถยืนยันเงื่อนไขการขายเกินที่แนวรับที่สอง การขึ้นใน MACD indicator สามารถใช้ยืนยันการทดสอบแนวรับที่ประสบความสำเร็จได้

ทำความเข้าใจวิธีใช้ Pivot Points นั้นสำคัญ, แต่ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ, MetaTrader 5 AM Broker ให้คุณใช้เครื่องมือ Pivot Points และผู้สอนของเราสามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องสำหรับคุณ เริ่มเทรด forex โดยใช้โค้ด WELCOME20 เพื่อลงทะเบียนรับโบนัสฟรี 20$ แบบไม่ต้องฝากเงิน และสังเกตวิธีที่ Pivot Points สามารถทำเงินให้คุณได้อย่างจริงจัง

คุณสามารถทดสอบสัญญาณการเทรดของอินดิเคเตอร์นี้โดยการสร้าง EA Forex ใน Robo-Advisor 007 (ทดลองใช้ฟรี 14วัน)

เขียน ea forex ด้วยตัวคุณเอง เพียงไม่กี่คลิก – โปรแกรมช่วยเขียน EA Forex

ขั้นตอนถัดไป

  • การซื้อขาย
    • การซื้อขาย
    • บัญชี
    • การทดลองซื้อขาย
    • หลักประกันที่ต้องการ
    • แพลตฟอร์มในการซื้อขาย
    • การซื้อขายผ่านเว็บไซต์
    • การซื้อขายผ่านแอพพลิเคชันใน Android
    • การซื้อขายผ่านแอพพลิเคชันใน iOS
  • ตลาด
    • ตลาด
    • Forex
    • ดัชนี
    • หุ้น
    • กองทุน
    • สินค้าโภคภัณฑ์
  • ทรัพยากร
    • ทรัพยากร
    • ปฏิทินเศรษฐกิจ ข่าว forex
    • โปรแกรม Robo Advisor
    • สัญญาณซื้อขาย
    • การสัมมนาทางเว็บ
    • หลักสูตรการเรียน
  • อื่น ๆ
    • อื่น ๆ
    • เข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์
    • ศูนย์รวมการตลาดพันธมิตร
    • โบนัสประจำปีคงที่
    • โบนัสเงินฝาก
    • เกี่ยวกับเรา
    • ติดต่อ
    • ศูนย์สนับสนุน

CFDs เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อนที่ซื้อขายบนมาร์จิ้น ซึ่งการซื้อขาย CFD มีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากคุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ประสิทธิภาพที่ผ่านมาของ CFD ไม่ใช่ตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้ของประสิทธิภาพในอนาคต CFD ส่วนใหญ่ไม่มีวันครบกำหนดที่กำหนดไว้และตำแหน่ง CFD จะครบกำหนดในวันที่ตำแหน่งเปิดถูกปิด โปรดอ่าน “ประกาศการเปิดเผยความเสี่ยง” ของเรา เมื่อทำการซื้อขาย CFD กับ AM Globe Services LTD, คุณเทรดบนผลของเครื่องมือทางการเงิน ดังนั้นจึงไม่ส่งมอบตราสารอ้างอิงใดๆ และคุณไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผลหรือผลประโยชน์อื่นใดที่เกี่ยวข้อง

AM Globe Services Ltd. เป็นบริษัทโฮลดิ้งของ AM Broker

AM Globe Services Ltd, The Financial Services Center, Stoney Ground, Kingstown, St. Vincent and the Grenadines is incorporated under registered number 24863 IBC 2020 by the Registrar of International Business Companies, registered by the Financial Services Authority of Saint Vincent and the Grenadines.

AM Glober Services Ltd ขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขและอัพเกรดนโยบายข้อกำหนดและเงื่อนไข, นโยบายของบริษัท ที่ได้รับการปรับปรุงและถูกต้องส่วนใหญ่จะถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ AM Broker การใช้บริการใดๆ ของ AM Broker ลูกค้าและพันธมิตรตกลงตามข้อกำหนดและเงื่อนไขปัจจุบันที่ระบุไว้ในข้อตกลงของบริษัท และเอกสารทางกฎหมาย ลูกค้าและคู่ค้าได้รับการพิจารณาถึงความเสี่ยงทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับบริการทางการเงินและค่าใช้จ่ายที่ใช้กับ AM Globe Services Ltd

โปรดรับทราบว่า, บริการและผลิตภัณฑ์ที่อธิบายไว้ในเว็บไซต์นี้ไม่ได้มอบให้กับพลเมืองของ E.U ประเทศสมาชิก, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ญี่ปุ่น, ตุรกี และออสเตรเลีย AM Globe Services Ltd และผลิตภัณฑ์และบริการที่นำเสนอบนเว็บไซต์ www.ambroker.com ไม่ได้ลงทะเบียนหรือควบคุมโดยหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐอเมริกาหรือแคนาดาและไม่ได้ควบคุมโดย FINRA, SEC, NFA หรือ CFTC

© AM Globe Services Ltd. All rights reserved.

วางแผนเป็น plan

วางแผนเป็น. ชนะไปครึ่งทาง จากอาจารย์ the_greenday

แนวทางหลักการของ วอเร็น บัฟเฟ็ตต์

โดยทฤษฎีของ บัฟเฟ็ตต์ นั่นจะลงทุนโดยแนวคิด พื้นฐาน วินัย ความอดทน เป็นทฤษฎี ค่อยๆรวย โดยลงแบบผู้รอบรู้ หลักสูตรรวยทางลัดไม่มี มักจะกลายเป็นหลักสูตรจนทางลัดแทน
โดย เราจะนำแนวคิดของบัฟเฟ็ตต์มาประยุกต์ใช้ทาง Technical Analysis ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนแบบ speculate ( เก็งกำไร เล่นสั้น) นักลงทุนระยะกลาง ระยะยาว ใช้ได้หมด

1. เลือกความเรียบง่ายมากกว่าความซับซ้อน
2. ฝึกความอดทน (รอจังหวะที่ดี อย่ารีบ)
3. มีสติและควบคุมอารมณ์ได้
4. คิดอย่างอิสระ
5. ไม่สนใจ ไม่วอกแวกจากภาพรวมภายนอก
6. ไม่ลงทุนด้วยสัญชาตญาณ (คิดเอง เดาเองหรือเสี่ยงเล่นดู )
7. ฝึกการอยู่นิ่งๆ ไม่ซื้อขายมากเกินไป
8. เป็นนักฉวยโอกาสเมื่อตลาดมีสภาวะสดใส ชัดเจน
9. อย่าตีบอลทุกลูกที่ขว้างมา (อย่าเข้าๆออกๆบ่อยเกินไป)
10. จงอยู่ในขอบเขตความรู้ของคุณ (มีความรู้แบบไหนก็ใช้วิธีเล่นแบบที่คุณรู้ )
11. จงตื่นกลัวเมื่อคนอื่นกำลังโลภและจงโลภเมื่อคนอื่นกำลังตื่นกลัว
12. อ่านและอ่านให้มากแล้วคิดให้ดี
13. อย่าทำพลาดแล้วเรียนรู้จากความผิดความของผู้อื่น
14. ก้าวสู้การเป็นนักลงทุนผู้รอบรู้และ ฝึกที่จะพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

. เดี๋ยวมาดูกันว่า วางแผนเป็น มีหลักการคิดที่ดี มีกลยุทธ์ที่ดี โดยประยุกต์ใช้แนวทางบัฟเฟตต์มาใช้ทาง Technical Analysis.

ลงทุนโดยใช้ Technical Analysis

ลงทุนด้วยความเรียบง่าย ชัดเจน อย่าพยายามหาคำตอบที่ซับซ้อน มองกราฟแบบง่ายๆ มองกราฟให้ออกก่อน แบบที่เราเข้าใจ มีแนวโน้ม ไม่ซับซ้อนเกินไป มองแนวรับ แนวต้านที่ชัดเจน(แข็งแกร่ง)

อย่าพยายามหาคำตอบที่ซับซ้อน
บัฟเฟตต์ให้แนวคิดค้นแนวทางสู่ความสำเร็จโดยลงทุนหุ้นที่ไม่ซับซ้อนโดยที่ตัวเขาเองไม่สามารถเข้าใจได้ หลักการที่ บัฟเฟตต์เรียนรู้จาก เบนจามิน เกรแฮม อาจารย์ของเขา คือ “ คุณไม่จำเป็นต้องทำเรื่องยากๆเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีเยียม ” “ ทำให้ง่ายๆคือเป้าหมายของคุณ ” นี่คือแก่นแท้ของปรัชญาการลงทุนแบบ บัฟเฟตต์ หลักการง่ายๆนี้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่

” ถ้าคุณไม่เข้าใจ มองกราฟไม่ออก อย่าเข้าซื้อ-ขายเด็ดขาด”

ดูตามรูปครับ 1 และ 1.1—–> ลงทุนด้วยความเรียบง่าย ชัดเจน อย่าพยายามหาคำตอบที่ซับซ้อน
2,2.1,2-2—-> อย่าพยายามหาคำตอบที่ซับซ้อน (ควรอดทนรอและอยู่นิ่งๆ)

บัฟเฟฟต์ แนะนำว่า ปล่อยให้คนอื่นๆตื่นตระหนกไปกับตลาดแล้วเมื่อมันสงบคุณจะได้ประโยชน์จากมัน
ควรเป็นนักลงทุนผู้รอบรู้ มีสติที่ดี คุณต้องควบคุมอารมณ์ได้ตลอดเวลา การมีสติที่ดียังหมายถึง ควบคุมจิตใจเมื่อต้องรับมือกับสภาวะต่างๆในตลาด สติ ดีที่ยังหมายถึง การมีวินัย คุณจะทำอย่างไรถ้าตลาดไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ และคุณจะทำอย่างไรเมื่อเป็นตลาดกระทิงหรือตลาดหมีเต็มตัว

ควรระวังสติของตัวเองในด้านความโลภและความกลัว ควรเปลี่ยนความกลัวเป็นความกล้า กล้าที่จะซื้อ-ขาย(เมื่อมองเห็นสัญญาณ) กล้าที่จะยอมตัดขาดทุนให้ไว (เมื่อรู้ว่าผิดทาง มีการกลับตัวของทิศทาง) ควรตัดความโลภภายในใจตัวเอง

เบนจามิน เกรแฮม อาจารย์ของบัฟเฟตต์ เคยพูดว่า “ ปัญหาใหญ่และศัตรูตัวร้ายของนักลงทุนก็คือตัวเขาเอง ” อย่าตื่นตกใจในความสับสนของตลาด อย่าปาเป้าโดยการซื้อ-ขาย บ่อยๆและตลอดเวลา
( จากการวิจัยพบว่า ยิ่งซื้อ-ขายมากเท่าใดโอกาสขาดทุนก็มากเท่านั่น)
รู้จักตัวเองและตัดสินด้วยตัวคุณเอง คุณต้องมีวินัยและความอดทน ทำการบ้านของคุณและคิดให้รอบคอบเพื่อตัวคุณเอง

บัฟเฟตต์พูดว่า ความสำเร็จในตลาดหุ้นนั้น คุณต้องการเพียงแค่สติปัญญาธรรมดาๆ และต้องการความสามารถในการควบคุมอารมณ์และจิตใจ ถ้าคุณสามารถใจเย็นอยู่ได้ในขณะที่คนอื่นๆรอบข้างกำลังตกใจคุณก็เป็นต่อในการลงทุน

จงอดทน
บัฟเฟตต์เรียนรู้อย่างรวดเร็วว่า การลงทุน ต้องมีความอดทน
ความ อดทนไม่ใช้เรื่องง่ายๆแต่เป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งของการควบคุมอารมณ์ในการ ลงทุน (เมื่อรู้กราฟเป็น sideway เลี่ยงโดยการปิดโปรแกรมแล้วหาอย่างอื่นทำดีกว่า) อย่าปล่อยให้ความอยากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการอดทนรอในช่วงที่ไม่น่าเข้าเทรด

เมื่อ ซื้อ-ขายจงใจเย็นและไม่หลงระเริงไปกับ “ ความฟุ่มเฟือยที่ไม่เหมาะสม ” และตกอยู่ในอำนาจของความกลัวเพราะถ้าแนวโน้ม ขึ้นก็มักจะขึ้นต่อไป แต่จงอย่าโลภเมื่อมีสัญญาณกลับตัวให้เห็น(ออกให้เร็ว) มีวินัยเมื่อระบบเปลี่ยนทิศทาง

เบนจามิน เกรแฮม เคยกล่าวในหนังสือ “The Intelligent Investor” ว่าเราได้เห็นเงินจำนวนมากตกเป็นของคนธรรมดาๆที่ รู้จักการควบคุมสติให้เหมาะสมกับขบวนการลงทุนของพวกเขา มากกว่าพวกที่มีความรู้ด้านการเงินการบัญชีและผู้เชี่ยวชาญที่ขาดความอดทน

จงซื้อ-ขายต่อเมื่อคุณมั่นใจและแน่ใจแล้วเท่านั่น ถ้ายังไม่มั่นใจควรอยู่นิ่งๆก่อน อย่ามองและเช็คกราฟตลอดเวลา(รอจังหวะให้เป็น)
———————————
Ex. รูป 1 การเทรดไม่จำเป็นต้องเข้าๆออกๆ บ่อยครั้งในหนึ่งวัน
รูป 2 คุณต้องมีวินัยและความอดทน ทำการบ้านของคุณและคิดให้รอบคอบเพื่อตัวคุณเอง

วางแผน จดบันทึก และลากวาดเส้นลงบนกราฟ นำหลักการของ John Murphy มาต่อยอด

1 มองหาแนวโน้ม
ใน กราฟมีแค่ 3 แบบ ขาขึ้น ขาลง ด้านข้าง ใช้กราฟวิเคราะห์ราคาจากระยะยาวเมื่อมองภาพใหญ่จะเห็นว่าตลาดเป็นรูปแบบไหน ทำอะไรอยู่และจะมองภาพรวมตลาดได้ง่ายขึ้น

เมื่อมองภาพระยะยาว(กราฟวัน สัปดาห์ เดือน)แล้วจึงค่อยมามองภาพระยะสั้น(ระหว่างวัน) การไปดูกราฟระยะสั้นๆก่อนมักจะทำให้มองผิดพลาดได้ง่ายกว่า(เกิดการหลอก ของกราฟ)เพราะแนวโน้มกราฟมักจะเดินทางตามกราฟระยะยาวเสมอๆ ดังนั่นถ้าคุณเป็นนักเทรดระยะสั้น วันต่อวัน นักเก็งกำไร คุณควร ซื้อ-ขาย ตามแนวโน้มระยะกลาง และระยะยาว

2 เดินทางไปกับแนวโน้มนั่นๆที่เกิดขึ้น
พิจารณาแนวโน้มที่เกิดขึ้นว่าเป็นแบบไหนเมื่อรู้แล้วจึงเดินตามแนวโน้มทางนั้น
แนว โน้มของตลาดจะมีทั้ง ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว คุณต้องรู้ก่อนว่าคุณเป็นนักลงทุนประเภทไหน สั้น กลาง ยาว แล้วจึงเลือกกราฟให้เหมาะสม เมื่อถึงเวลาเทรดให้เทรดไปตามทิศทางแนวโน้มตามระยะเวลาที่คุณเลือก

” สำคัญ ” ซื้อเมื่อตอนที่ราคาลดต่ำลงมา(ลงมาปรับฐาน พักตัว ทำแนวรับ)ในแนวโน้มของเทรนขาขึ้น
ขายเมื่อตอนที่ราคาดีดตัวขึ้นไป(ขึ้นมาปรับฐาน พักตัว ทำแนวต้าน)ในแนวโน้มของเทรนขาลง

ถ้าคุณเป็นนักลงทุนระยะกลางให้ใช้กราฟรายวัน รายสัปดาห์

ถ้าคุณเป็นนักลงทุน ซื้อ- ขายภายในวันเดียว ใช้กราฟวันและระหว่างวัน
อย่าง ไรก็ตามจะเลือกเทรดแบบไหน เราต้องดูกราฟที่ระยะยาวกว่าเพื่อดูแนวโน้มก่อน แล้วจึงใช้กราฟระยะเวลาที่เราต้องการเทรดสำหรับการซื้อ-ขาย

ดูตัวอย่างรูป ของการมองหาแนวโน้มจากระยะยาว เพื่อไปเทรดระยะสั้น
รูป 1 ( รูปกราฟ 1d มองว่าเกิดอะไรอยู่) 2 ( รูป 4h ว่าเกิดอะไรอยู่) 3 ( รูป 15 เพื่อหาจังหวะเทรด) จากเวลา เดียวกัน และตัวอย่าง ซื้อที่แนวรับ ขายที่แนวต้านของการเดินทางแนวโน้มที่เกิดขึ้น รูป 4 ของขาขึ้น รูป 5 ของขาลง

3 หาจุดต่ำสุดของราคาและจุดสูงสุดของราคา
รู้จุดต่ำสุด คือ แนวรับ จุดสูงสุด คือ แนวต้าน หาให้เจอ ( แล้วขีดไว้กันลืม)
หาแนวรับและแนวต้าน
ตำแหน่งที่ดีที่สุดคือ ซื้อที่แนวรับ(ใกล้ๆแนวรับ) ในช่วงแนวโน้มขาขึ้น
ตำแหน่งที่ดีที่สุดคือ ขายที่แนวต้าน(ใกล้ๆแนวต้าน) ในช่วงแนวโน้มขาลง

เมื่อ ราคาทำยอดสูงใหม่กว่าจากนั้นจะกลับมาเป็น(แนวรับ) เมื่อราคาวกกลับลงมาหรือเรียกว่า สูงเก่ากลายเป็นจุดต่ำใหม่ ( ของแนวโน้มขาขึ้น)
เมื่อราคาทะลุจุดต่ำสุดจากนั้นจะดีดกลับมาเป็น(แนวต้าน) เมื่อราคาดีดตัวขึ้นไป เรียกว่า ต่ำเก่ากลายเป็นจุดสูงใหม่ (ของแนวโน้มขาลง)
ดูตัวอย่างรูป ขาขึ้น และ ขาลง

4 การปรับฐาน ราคาจะปรับฐานลึกแค่ไหน
การขึ้นก็ขึ้นเป็นรอบ ในรอบการขึ้นก็ต้องมีการปรับฐานเพื่อขึ้นต่อ
การลงก็จะลงเป็นรอบ ในรอบการลงก็ต้องมีการปรับฐานเพื่อลงต่อ
รอบการขึ้น รอบการลงมีการปรับฐานเหมือน คลื่น
เราสามารถวัดการปรับตัวที่เกิดขึ้นได้ในสัดส่วนง่ายๆ
การปรับตัวที่ระดับ 50% ของแนวโน้มก่อนหน้าเป็นสิ่งที่พบเห็นบ่อยที่สุด
สัดส่วนที่น้อยที่สุดมักจะเป็นหนึ่งในสามของแนวโน้มก่อนหน้า( 33.38%) ของการปรับตัวและมากที่สุดสองในสาม( 66.66%)

สำหรับการปรับตัวตามตัวเลข Fibonacci คือ 38% และ 62% เป็นตัวเลขที่สำคัญของการปรับฐานหรือปรับตัวของราคา
เมื่อ เกิดแนวโน้มขาขึ้นหากจะซื้อควรรอการปรับฐานโดยดูตามระดับตัวเลข Fibonacci ที่สำคัญๆเพราะมักจะเป็น แนวรับที่สำคัญ เพื่อลงมาสะสมแรงแล้วไปต่อ
ดูตัวอย่างรูป เตรียมลาก และ [email protected] จังหวะแรก [email protected] จังหวะที่สองของแนวโน้ม [email protected] จังหวะที่สามของแนวโน้ม

—————————————————————————————————————–
5 ลากเส้น(แนวโน้ม)
ลากเส้นแนวโน้ม เส้นแนวโน้มเป็นการมองและลากง่ายๆแต่ได้ผล สิ่งที่ต้องทำก็แค่ลากเส้นแนวโน้ม
ขาขึ้นของการลากก็จะมีการพักตัวในเส้นที่ลากแล้วขึ้นต่อ
ขาลงของการลากก็จะมีการพักตัวในเส้นที่ลากแล้วลงต่อ
จนกว่าจะมีการทะลุเส้นแนวโน้มนั่นๆได้มักจะเกิดสัญญาณการกลับตัวของแนวโน้มนั่นๆ
เส้น ที่ดีควรมีการแตะของราคาอย่างน้อยถึงสามครั้ง(ไม่ทะลุหลุดเส้น) เส้นยิ่งยาวยิ่งดีบอกแนวโน้มนั่นแข็งแรง(ลากแล้วหลุดเร็วแสดงเส้นสั้น)
และยิ่งถูกทดสอบโดยการแตะที่เส้นมากเท่าไหร่(เหมือนสะสมแรง)ยิ่งเป็นนัยสำคัญที่ต้องพิจารณา
ดูตัวอย่างได้ที่ http://thailandinvestorclub.com/index.php?topic=5894.0 ปูพื้นฐานไว้ให้แบบชัดเจน และไปต่อยอดด้วย http://thailandinvestorclub.com/index.php?topic=7181.0 ฝึกลากบ่อยๆแล้วจะสามารถไปประยุกต์เองเป็นครับ

6 ใช้เส้นค่าเฉลี่ย
เส้นค่าเฉลี่ยจะให้สัญญาณในการซื้อ – ขาย บอกถึงแนวโน้มขณะนั้นยังเกิดขึ้นอยู่หรือว่าเปลื่อนแล้ว
เส้นค่าเฉลี่ยไม่ได้บอกแนวโน้มอนาคตว่าราคาจะไปทางไหน แต่ก็สามารถบอกถึงการเปลื่อนแนวโน้มได้ดีมากๆ
การใช้เส้นค่าเฉลี่ย 2 เส้นเป็นที่นิยมในการหาสัญญาณซื้อ-ขาย ส่วนใหญ่จะนิยมใช้เส้น 4 และ 9 วัน 9 และ 18 วัน หรือ 5 และ 20 วันเป็นต้น
สัญญาณจะเกิดขึ้นเมื่อ ตัดกันขึ้นซื้อ ตัดกันลงมาขาย
การใช้เส้นค่าเฉลี่ย 40 วันเพื่อหาจุดซื้อ-ขายก็เป็นสัญญาณที่ดีอีกตัวหนึ่ง
และเนื่องจากเส้นค่าเฉลี่ยเป็นตัวหาแนวโน้ม ดังนั้นจะใช้ได้ดีก็ต่อเมื่อตลาดมีแนวโน้มชัดเจน
ตัวอย่างรูป เส้นค่าเฉลี่ย 40 วัน ( sma40)

สามารถลากจากไหนก็ได้ชอบแบบที่ราคาเปิดปิด หรือ ชอบลากแบบใส้เทียน ใช้แบบไหนก็ได้ครับฝึกดูไปเรื่อยๆครับ แต่เมื่อหลุดแล้วไม่เป็นไปตามทิศทางที่เรามองมีทางเดียวเลยครับ ยอมตัดขาดทุนแล้วเริ่มครั้งใหม่ ไม่มีระบบไหนถูกทุกครั้งครับ ทุกระบบถูกเลือกมาให้ถูกมากกว่าผิด แต่ระบบทุกระบบก็ต้องการทำตามอย่างมีวินัยสูงด้วยเช่นกัน การมีวินัยจะช่วยให้การเสียหายขาดทุนน้อย แต่ถูกทางจะกำไรมากเสมอๆครับไม่เชื่อลองมีวินัยดูครับ.

ข้อสอง ระยะสั้น มีตัว pivot ที่ใช้ดูระยะ 15m ใช้ได้ดีในการเล่นหนึ่งวัน ส่วนระยะกลาง ระยะยาว ต้องลากมือเพื่อหาเป้าหมายหรือจะดูจาก แนวรับ แนวต้าน อดีตว่าเคยขึ้น ลงไปที่จุดไหนและอนาคตมักจะวิ่งที่พักตัวที่ระดับจุดที่อดีตเคยขึ้นมาถึง ลงมาถึงเช่นกันครับ

ข้อสาม ส่วนใหญ่น่ะครับ พอมีแนวโน้มขึ้นหมดรอบขึ้นแล้วมักจะเกิดคลอเคลีย( sideway) หรือพักตัวก่อน เสมอแล้วมีแนวโน้มครั้งต่อไป เปรียบ เสมือนการวิ่งครับเมื่อเราวิ่งมานานเราเหนื่อยเราก็ต้องพักก่อน เมื่อพักเราก็หายเหนื่อย(สะสมแีรงนั่นเอง) พอหายเหนื่อยเราจึงวิ่งต่อ สรุปแล้วเกิดแนวโน้มครบหนึ่งรอบแล้วพักเพื่อสะสมแรงแล้วจึงวิ่งครั้งต่อไป ครับ ราคาการขึ้นลงของกราฟก็มีอารมณ์และความรู้สึกเหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตเช่น เดียวกันครับ เป็นไปตามธรรมชาติทั้งนั่นครับ ขยันมอง ขยันสังเกตุและขยันมีวินัยครับ เดี๋ยวก็เก่งครับ

ฝึกให้ทานจนเป็นนิสัย ความโลภจากกำไรและควมโลภของการไม่กล้า stop loss จะหายไปเองว

รวมคำศัพท์ในวงการตลาด Forex

สำหรับคำศัพท์ที่ใช้ในตลาดฟอเร็กซ์ ค่อนข้างจะมีเยอะมากทีเดียว ซึ่งคำศัพท์ที่ใช้ หรือเห็นกันบ่อยๆมีตัวไหนบ้าง ไปดูกันได้เลยครับ

– AC AC ย่อมาจาก Accelerator/Decelerator Oscillator และเป็นตัวบ่งชี้การวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้ในการระบุโอกาสการซื้อหรือขาย ตัวบ่งชี้ประกอบด้วยเป็นเส้นศูนย์และแท่งเขียว/แดงที่แสดงบนกราฟ: แท่งเขียวเหนือเส้นศูนย์จะเป็นสัญญาณซื้อในขณะที่สัญญาณขายจะแสดงโดยแท่งสีแดงจะอยู่ด้านล่างเส้นศูนย์

-Account currency สกุลเงินในบัญชีทั้งหมดซึ่งมีการดำเนินการฝาก/ถอน

– Accumulation/Distribution Indicator ตัวบ่งชี้ A/D (Accumulation/Distribution) แสดงความแตกต่างระหว่างการเคลื่อนไหวของราคาขาขึ้นทั้งหมดถึงจุดปิด (สะสม), และการเคลื่อนไหวขาลงของราคาทั้งหมด (กระจาย) โดยเวลาปิดระหว่างช่วงเวลาที่แน่นอน ตัวบ่งชี้นี้ช่วยให้เทรดเดอร์ประเมินว่าตลาดถูกควบคุมโดยผู้ซื้อ (สะสม) หรือขาย (กระจาย)

– Affiliate Website เว็บไซต์ที่เชื่อมต่อกับที่อื่เพื่อให้ค่าคอมมิชชั่นสำหรับลูกค้า นอกจากเว็บมาสเตอร์, บุคคลเช่นบล็อกเกอร์สามารถเป็นพันธมิตรเว็บไซต์

– Algorithmic Trading คำที่หมายถึงการตัดสินใจเกี่ยวกับเวลา, ราคา และปริมาณของตลาดในทางคอมพิวเตอร์และคณิตศาสตร์ชั้นสูงและใช้กันอย่างแพร่หลายโดยกองทุนป้องกันความเสี่ยงและธนาคารเพื่อลดผลกระทบความเสี่ยงและตลาด การเทรดขนาดใหญ่จะแบ่งเป็นการเทรดเล็ก ๆ และการเทรดจะดำเนินการโดยปราศจากการแทรกแซงของมนุษย์โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์รับข้อมูล

– Alligator ตัวบ่งชี้ Alligator เป็นกลยุทธ์การซื้อขายที่ทำกำไรและมันคือการรวมกันของเส้นสมดุล (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) ที่ใช้รูปทรงเรขาคณิตเป็นเศษส่วนและการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ใช่เชิงเส้นเพื่อส่งสัญญาณเริ่มต้นของแนวโน้มใหม่ เมื่อเทรนด์ใหม่กำลังจะเริ่มต้นที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่จะเริ่มต้นที่จะเกิดสัญญาณการกลับตัวไปในทิศทางที่แตกต่างกัน สัญญาณหลักแสดงให้เห็นจระเข้มีความแข็งแรงของแนวโน้มมีการเตรียมการสำหรับการเข้าสู่ตลาดการเข้าที่เกิดขึ้นจริงและ Stop Loss

– Alpha Capture อัลฟ่าหมายถึงส่วนหนึ่งของความเสี่ยงของหุ้นและผลตอบแทนซึ่งเป็นส่วนที่เป็นหุ้นรายบุคคลเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม การจับอัลฟาคือการเทรดสเปรดระหว่างหุ้นในอนาคตและดัชนีหุ้นในอนาคต
Annual Interest Rate อัตราดอกเบี้ยเป็นเปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินที่จ่ายสำหรับการใช้เงินที่ยืม อัตราดอกเบี้ยมักจะแสดงในแง่ของอัตราร้อยละต่อปี

– APEC รูปแบบสั้นสำหรับกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิกรวมถึง 21 ประเทศที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการค้าเสรีและความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

– Arbitrage การกระทำของการได้กำไรจากการปรับฐานของราคาหรืออัตราผลตอบแทนที่แตกต่างในหลักทรัพย์ที่คล้ายกันและในตลาดที่แตกต่างกันโดยการใช้ตำแหน่งในตลาดและตำแหน่งชดเชยอื่น ตำแหน่งสามารถปิดการทำกำไรออกมาเป็นราคาหรืออัตราผลตอบแทนที่กลับเข้ามาในเส้น (เช่นหุ้นและสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสามารถเป็นราคาที่แตกต่างกันและที่ถูกกว่าสามารถซื้อและขายให้กับตลาดโดยมีราคาสูงขึ้น)

– Ask Price ราคา Ask คือราคาในตลาดสำหรับเทรดดอร์ที่จะซื้อสกุลเงินดังที่แสดงไว้อยู่ทางด้านขวามือของราคา (เช่น EUR/USD 1.1965/68 แสดงให้เห็นว่า 1 ยูโรสามารถซื้อ 1.1968 USD) มันจะเรียกว่าราคาเสนอซื้อ

– Asset Management บางครั้งยังใช้เป็นคำพ้องสำหรับการจัดการกองทุนมันเป็นฟังก์ชั่นการควบคุมสินทรัพย์และหนี้สิน (การอ้างสิทธิ์ทางการเงินทั้งหมด หนี้หรือความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับหรือเกิดขึ้นโดยองค์กรหรือบุคคล) เพื่อที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีที่สุด

– Associated Person คำสั่งซื้อข้อเรียกร้อง AP กองทุนของลูกค้าและลูกค้าหรือคนที่กำกับดูแลบุคคลที่อยู่ในความดูแลของการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวและทำหน้าที่ในนามของโบรกเกอร์แนะนำให้คำปรึกษาในการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า ค่าคอมมิชชั่นของร้านค้าหรือผู้ประกอบการ

– Aussie ภาษาตลาดสำหรับเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD)

– Authorized Dealer สถาบันการเงินที่มีการควบคุมหรือดีลเลอร์ที่ได้รับอนุญาตให้จัดการในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

– Automated Trading หรือที่เรียกว่าอัลกอริทึมการซื้อขายถูกใช้เพื่อแบ่งการซื้อขายขนาดใหญ่เป็นการซื้อขายขนาดเล็กเพื่อจัดการผลกระทบต่อตลาดและความเสี่ยง การซื้อขายอัตโนมัติหมายถึงการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ขณะเข้าสู่คำสั่งซื้อขาย จะใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ (อัลกอริทึม) สำหรับการตัดสินใจและดำเนินการทำธุรกรรมในตลาดการเงิน มันเป็นอัลกอริทึมคอมพิวเตอร์ที่ตัดสินใจในแง่มุมของการสั่งซื้อ เช่น เวลา, ราคาหรือปริมาณส่วนใหญ่โดยไม่มีการแทรกแซงของมนุษย์

– Average Directional Index (ADX) แสดงให้เห็นพลังแนวโน้มในชุดของราคาของตราสารทางการเงินแสดงให้เห็นแนวโน้มขึ้นหรือลงของพวกเขา มันจะช่วยในการวิเคราะห์แนวโน้มของตลาดและการตัดสินใจซื้อขาย ADX เป็นตัวบ่งชี้ที่ล้าสมัยที่แสดงให้เห็นความแข็งแรงแนวโน้มเท่านั้น แต่ไม่มีทิศทางแนวโน้มและช่วงระหว่าง 0 และ 100 (กับการอ่านสูงกว่า 50 แสดงให้เห็นแนวโน้มที่แข็งแกร่งมาก)

– Average Hourly Earnings ตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจที่ประเมินระดับอัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นโดยทุกภาคส่วนทางเศรษฐกิจ (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเกษตร) เมื่อค่าจ้างมีการจ่ายเงินให้กับพนักงาน เนื่องจากการเพิ่มค่าจ้างให้กับพนักงานหมายถึงและการเพิ่มขึ้นของการบริโภคของภาคเอกชนในตัว, รายได้เฉลี่ยรายชั่วโมงเป็นตัวชี้วัดชั้นนำของค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค

– Average True Range ATR เป็นตัวบ่งชี้ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับความผันผวนของราคาโดยไม่ต้อแสดงให้เห็นแนวโน้มราคาจริง การคำนวณจะขึ้นอยู่กับช่วงสูงต่ำของการซื้อขายของวันและการขยาย ATR ช่วงนี้กับราคาปิดของเมื่อวานนี้ถ้ามันอยู่นอกช่วงของวันนี้

– Awesome Oscillator AO เป็น 34 แถบค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่กราฟแสดงโมเมนตัมของตลาดของจำนวนระยะเวลาล่าสุดเมื่อเทียบกับโมเมนตัมเป็นจำนวนมากของรอบระยะเวลาก่อนหน้านี้ มันแสดงให้เห็นสถานการณ์ของตลาดในปัจจุบันเมื่อเทียบกับโมเมนตัมของระยะเวลาที่ยาวนานและช่วยให้เทรดเดอร์มีการตัดสินใจซื้อหรือขาย

– Backwardation สถานะ backwardation เกิดขึ้นเมื่อราคาปัจจุบันของสินค้าโภคภัณฑ์มีค่าสูงกว่าราคาที่คาดการณ์ล่วงหน้า (ราคาที่ตกลงกันโดยขายและผู้ซื้อสินทรัพย์) ปัจจัยที่จะนำไปสู่ backwardation เช่นภัยพิบัติทางธรรมชาติส่งผลอย่างร้ายแรงต่อทั้งราคาในปัจจุบันและที่คาดการณ์ไว้

– Bank Rate อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลาง (เช่นธนาคารที่มีการกำกับดูแลที่สำคัญของระบบการเงินของประเทศ) ให้กู้ยืมเงินแก่ระบบธนาคารในประเทศ

– Bar Chart/Graph หรือที่เรียกว่า OHLC (เปิดสูง-ต่ำ-ปิด) กราฟแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของราคาสำหรับตราสารทางการเงินเมื่อเวลาผ่านไป แต่ละเส้นแนวตั้งบนกราฟหมายถึงราคาสูงสุดและต่ำสุดในช่วงหน่วยเวลาหนึ่งซึ่งสามารถมีระยะหนึ่งนาทีหรือนานหลายสัปดาห์ เส้นแนวตั้ง (เครื่องหมายที่เรียกว่าแฮตหรือติ๊ก) บ่งชี้ว่าราคาเปิดทางด้านซ้ายและราคาปิดอยู่ด้านขวาในช่วงเวลาเดียวกันของเวลา

– Base Currency ในการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยน สกุลเงินจะถูกยกมาในแง่ของคู่สกุลเงิน สกุลเงินแรกในคู่เป็นสกุลเงินหลักซึ่งเป็นสกุลเงินที่เทียบกับที่อัตราแลกเปลี่ยนจะถูกยกมาโดยทั่วไปในประเทศที่ระบุ ยกตัวอย่างเช่น USD/JPY เงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก EUR/USD เงินยูโรเป็นสกุลเงินหลัก

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

ตัวเลือกไบนารีและอัตราแลกเปลี่ยน
Leave a Reply

;-) :| :x :twisted: :smile: :shock: :sad: :roll: :razz: :oops: :o :mrgreen: :lol: :idea: :grin: :evil: :cry: :cool: :arrow: :???: :?: :!: