RSI เทรนด์เริ่มต้นใหม่กลยุทธ์การซื้อขาย Forex

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

Contents

กลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex ที่ได้ผลดีที่สุด

Reading time: 17 minutes

คุณอาจจะเคยได้ยินว่าการเทรดอย่างมีวินัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการเทรดให้ประสบความสำเร็จ คำกล่าวนี้เป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้วหรือยัง ทางหนึ่งก็คือต้องมีกลยุทธ์เทคนิคการเทรดสักหนึ่งกลยุทธ์ให้คุณยึดตามได้ตลอดเวลา ซึ่งกลยุทธ์เทคนิคการเทรดดังกล่าวจะต้องสมเหตุสมผลและมีการทดสอบกับข้อมูลย้อนหลังแล้ว (backtesting) คุณถึงจะมั่นใจได้ว่ากลยุทธ์เทคนิคการเทรดดังกล่าวเป็นกลยุทธ์เทคนิคเทรด Forex ที่ได้ผลจริง เมื่อมีความมั่นใจในกลยุทธ์เทคนิคการเทรดแล้วก็จะทำให้คุณปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในกลยุทธ์เทคนิคการเทรดนั้น ๆ ได้ง่ายขึ้น และนำไปสู่การเทรดอย่างมีวินัยนั่นเอง

มีหลายครั้งที่กลยุทธ์ Forex ถูกนำมากล่าวถึง แต่ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะพูดถึงแค่เฉพาะวิธีการเทรดอันใดอันหนึ่งซึ่งเป็นเพียงแค่ส่วนเดียวของแผนการเทรดทั้งหมด กลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex ที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยสัญญาณการเข้าเทรดที่จะทำกำไรได้ให้เราเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาประกอบกันไปด้วย ได้แก่

  1. การกำหนดขนาดของสถานะสัญญาซื้อขาย (Position Sizing)
  2. การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)
  3. วิธีการออกจากเทรด

กลยุทธ์ Forex และ CFD ที่ดีที่สุดแห่งปี 2020

หากจะให้บอกว่ากลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex ไหนที่ดีและทำกำไรได้มากที่สุด คงจะไม่ได้มีแค่กลยุทธ์ไหนเพียงกลยุทธ์เดียวที่จะตอบโจทย์นี้ได้ เพราะว่ากลยุทธ์ Forex แต่ละกลยุทธ์ก็จะเหมาะกับแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นคุณจึงต้องคำนึงถึงลักษณะนิสัยของคุณเสียก่อนจึงค่อยมองหาว่ากลยุทธ์ Forex ตัวไหนที่เหมาะกับคุณที่สุด บางอย่างอาจจะได้ผลดีกับบางคนแต่อาจจะเป็นหายนะสำหรับคุณก็เป็นได้

ในทางกลับกัน กลยุทธ์ Forex ที่หลาย ๆ คนบอกว่าไม่ดีอาจกลับกลายเป็นว่าเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะกับคุณที่สุดก็ได้เช่นกัน ดังนั้นการทดสอบใช้งานกลยุทธ์ Forex จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อช่วยให้การค้นหากลยุทธ์เทคนิคการเทรดที่ได้ผลสำหรับคุณมากที่สุด และยังช่วยตัดกลยุทธ์ Forex ที่ไม่ได้ผลสำหรับคุณออกไปด้วย ตัวแปรหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณาเป็นหลักเลยก็คือกรอบระยะเวลาในสไตล์การเทรดของคุณ

MetaTrader Supreme Edition – Admiral Markets

รู้หรือไม่ว่าที่ Admiral Markets เรามี MetaTrader เวอร์ชั่นอัพเกรดที่จะยกระดับความสามารถในการเทรดของคุณให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น วันนี้คุณสามารถเทรดด้วย MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ในเวอร์ชั่นขั้นสูงซึ่งมีฟีเจอร์การใช้งานเพิ่มเติมสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเมทริกซ์สหสัมพันธ์ (correlation metrix) ซึ่งทำให้คุณสามารถดูและเปรียบเทียบคู่สกุลเงินต่าง ๆ ได้แบบเรียลไทม์ และวิดเจ็ต Mini Trader ที่ให้คุณทำการซื้อและขายได้ในหน้าต่างย่อยในขณะที่ยังสามารถทำงานอื่น ๆ ที่จำเป็นไปได้พร้อม ๆ กัน

สไตล์การเทรดนั้นมีอยู่หลายประเภทด้วยกัน (ซึ่งจะกล่าวต่อไปในบทความนี้) โดยมีตั้งแต่กรอบเวลาระยะสั้นไปจนถึงกรอบเวลาระยะยาว ซึ่งมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา และยังเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมในหมู่กลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex ที่ดีที่สุดแห่งปี 2020 อีกด้วย เทรดเดอร์ Forex ที่ดีจะต้องมีความเข้าใจในสไตล์และกลยุทธ์แบบต่าง ๆ เมื่อจะหาวิธีการเทรด Forex ที่ได้ผลและประสบความสำเร็จให้กับตัวเอง ด้วยความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวนี้เท่านั้น จึงจะสามารถเลือกสไตล์และกลยุทธ์เทคนิคการเทรดที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดและเหมาะกับภาวะตลาดปัจจุบัน

  • การเทรดแบบ Scalping – เป็นการเทรดแบบทำกำไรในระยะสั้น ๆ ซึ่งอาจใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น เทรดเดอร์ที่เทรดแบบ Scalping จะรีบปิดออเดอร์เพื่อให้ได้ค่าสเปรด bid/offer ที่ต่ำ และช้อนเอากำไรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กลยุทธ์นี้มักจะใช้ Tick chart ซึ่งมีให้ใช้งานใน MetaTrader 4 Supreme Edition ยิ่งไปกว่านั้น แพลตฟอร์มเทรดนี้ยังมีอินดิเคเตอร์ Forex อันเยี่ยมยอดสำหรับการเทรดแบบ Scalping ให้เลือกใช้งานอีกหลายตัวด้วย กลยุทธ์เทคนิคการเทรดแบบ Forex-1 นาที ก็นับเป็นตัวอย่างของการเทรดในสไตล์นี้ด้วยเช่นกัน
  • การเทรดแบบ Day trading – เป็นการเทรดที่เทรดเดอร์จะปิดออเดอร์และออกจากการเทรดก่อนที่จะหมดเวลาทำการเทรดของวัน การเทรดสไตล์นี้จะทำให้สามารถหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของตลาดในชั่วข้ามคืน กลยุทธ์เทคนิคการเทรดแบบ Day trading นั้นถือเป็นกลยุทธ์ Forex ที่ดีมากสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ โดยอาจทำการเทรดในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง และตั้งค่าแท่งกราฟราคาเป็นแบบ 1 หรือ 2 นาที กลยุทธ์ Forex แบบ 50-pips ต่อวันเป็นตัวอย่างที่ดีอย่างหนึ่งของกลยุทธ์เทคนิคการเทรดแบบ Day trading
  • การเทรดแบบ Swing trading – เป็นการเทรดที่มีการเปิดสถานะค้างไว้หลาย ๆ วัน โดยที่เทรดเดอร์ตั้งเป้าที่จะทำกำไรจากรูปแบบราคาระยะสั้น เทรดเดอร์ที่เทรดแบบ Swing trading มักจะดูแท่งกราฟราคาทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงหรือทุกชั่วโมง
  • การเทรดแบบ Positional trading – เป็นการเทรดตามเทรนด์ในระยะยาว โดยตั้งเป้าที่จะทำกำไรให้ได้มากที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงของราคาครั้งใหญ่ เทรดเดอร์ที่เลือกลงทุนในระยะยาวมักจะดูที่ราคาปิดในกราฟราคารายวัน กลยุทธ์เทคนิคการเทรดแบบ Positional trading ที่ดีจะต้องอาศัยความอดทนและวินัยในการเทรดจากเทรดเดอร์เป็นสำคัญ นอกจากนี้ตัวเทรดเดอร์เองยังต้องมีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของตลาดมากพอด้วย

กลยุทธ์ Forex แบบทำกำไร 50-Pips ต่อวัน

กลยุทธ์นี้จะใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของตลาดในช่วงเปิดตลาดใหม่ ๆ ของคู่สกุลเงินที่มีการซื้อขายสูง อย่างเช่นคู่สกุลเงิน GBPUSD และ EURUSD เป็นคู่สุกลเงินที่เหมาะกับกลยุทธ์ Forex นี้เป็นที่สุด หลังจากจบแท่งเทียน 7am GMT เทรดเดอร์จะเปิดคำสั่งไว้ 2 คำสั่งและเปิดคำสั่งซื้อขายล่วงหน้าแบบตรงกันข้ามอีก 2 คำสั่ง เมื่อหนึ่งในนั้นถูกดำเนินการจากการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้น คำสั่งอื่น ๆ ที่เปิดไว้ก็จะถูกยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ

เป้าหมายกำไรจะถูกตั้งไว้ที่ 50 pips และคำสั่งหยุดขาดทุนจะถูกไว้ในช่วงระหว่าง 5 ถึง 10 pips ในระดับเหนือกว่าหรือต่ำกว่าแท่งเทียน 7am GMT หลังจากที่เริ่มก่อตัว การทำเช่นนี้จะช่วยในการบริหารความเสี่ยงได้ เมื่อมีการตั้งเงื่อนไขดังกล่าวไว้แล้ว ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตลาดจะดำเนินไปในทิศทางใด การเทรดทั้งแบบ Day trading และ Scalping ต่างก็เป็นกลยุทธ์เทคนิคการเทรดแบบระยะสั้น ซึ่งสิ่งที่ต้องพึงระวังไว้ก็คือการเทรดแบบระยะสั้นนั้นมีความเสี่ยงสูง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผล

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

กลยุทธ์ Forex แบบเทรดรายวัน

เทรดเดอร์ Forex ที่ดีจะเชื่อข้อมูลกราฟรายวันมากกว่ากลยุทธ์การเทรดที่กรอบระยะเวลาสั้นกว่า หากเปรียบเทียบกลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex 1-ชั่วโมง หรือแม้แต่กรอบระยะเวลาที่สั้นกว่า กับกราฟรายวัน จะเห็นว่ามีสัญญาณรบกวนของตลาด (market noise) น้อยกว่าในกราฟรายวัน โดยกราฟในลักษณะนี้ที่มีสัญญาณรบกวนของตลาดน้อยอาจทำให้คุณทำกำไรได้ถึงกว่า 100-pups ต่อวันเลยทีเดียวในกรอบเวลาระยะยาวขึ้น

สัญญาณการเทรดที่ได้ก็มีความน่าเชื่อถือมากกว่าและยังมีแนวโน้มที่จะทำกำไรได้มากกว่ามากด้วย ซึ่งในการเทรดแบบนี้ เทรดเดอร์ไม่จำเป็นต้องไปกังวลในเรื่องของข่าวประจำวันหรือการผันผวนของราคาเล็ก ๆ น้อย ๆ ในระหว่างวัน โดยวิธีการเทรดวิธีนี้จะมีหลักการ 3 ประการด้วยกัน คือ

  1. ระบุเทรนด์ให้ได้: ตลาดจะมีการโน้มเอียงไปในทางใดทางหนึ่งและจะแข็งแรงขึ้น ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นซ้ำ ๆ หลักสำคัญประการแรกของการเทรดในสไตล์นี้ก็คือต้องหาการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เกิดขึ้นค่อนข้างมากในตลาด Forex ซึ่งวิธีหนึ่งที่จะสามารถระบุเทรนด์ของตลาด Forex ได้ก็คือต้องศึกษาข้อมูลตลาด Forex 180 period ขั้นตอนต่อไปก็คือระบุ Swing high และ Swing low เมื่อมีข้อมูลของราคาดังกล่าวแล้วและเอามาปรับใช้ในกราฟราคาปัจจุบัน ก็จะทำให้สามารถระบุทิศทางของตลาดได้
  2. ต้องโฟกัสอยู่ตลอด: ในจุดนี้คือต้องมีความอดทน ซึ่งจะทำให้คุณสามารถเอาชนะความต้องการที่อยากจะเข้าตลาดเดี๋ยวนั้นทันทีไปได้ เพราะการเทรดที่ดีให้ได้กำไรจะต้องรู้ว่าตอนไหนควรรอและเก็บเงินทุนเอาไว้สำหรับโอกาสที่จะทำกำไรได้มากกว่า
  3. ใช้เลเวอเรจต่ำและกำหนดจุดหยุดขาดทุนให้กว้าง: ควรระวังการแกว่งตัวของราคาอย่างรุนแรงในระหว่างวัน เลือกใช้จุดหยุดขาดทุนที่กว้างไว้จะดีกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าให้คุณเอาเงินลงทุนไปเสี่ยงเป็นจำนวนมากตามไปด้วย

แม้ว่าจะมีคำแนะนำในเรื่องของกลยุทธ์เทคนิคการเทรดมากมายสำหรับเทรดเดอร์ FX มืออาชีพ แต่กลยุทธ์ Forex ที่ดีที่สุดที่จะทำให้ได้กำไรอย่างสม่ำเสมอจะได้ผลก็ต่อเมื่อมีการฝึกฝนจนชำนาญแล้วเท่านั้น ต่อไปนี้เป็นกลยุทธ์เทคนิคการเทรดอื่น ๆ ที่คุณอาจนำไปลองใช้ได้

กลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex แบบ 1-ชั่วโมง

ในที่นี้คุณจะใช้ประโยชน์จากกรอบระยะเวลา 60-นาที ซึ่งคู่สกุลเงินที่จะเทรดด้วยกลยุทธ์นี้ได้ง่ายที่สุด ได้แก่ EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD และ AUD/USD โดยจะต้องใช้อินดิเคเตอร์ 100-pips momentum และ indicator arrow ซึ่งจะพบได้ใน MetaTrader 4

คุณจะสามารถเข้าเทรดสถานะ long (ซื้อ) ได้ก็ต่อเมื่อตรงตามหลักเกณฑ์ทั้ง 2 ข้อ ดังนี้

  • อินดิเคเตอร์ 100-pips momentum ส่งสัญญาณซื้อ (Buy) เมื่อเส้นสีน้ำเงินทะลุผ่านเส้นสีแดงขึ้นไปจากด้านล่าง
  • Indicator arrow ส่งสัญญาณลูกศรสีเขียว

ในกรณีนี้ คุณอาจจะวางจุดหยุดขาดทุนไว้ต่ำกว่าเส้นอินดิเคเตอร์สีแดงหรือเส้นแนวรับล่าสุด คุณอาจจะปิดคำสั่งเทรดหลังจากทำกำไรได้ 30-pips หรือจะช้อนเอากำไรเมื่อ indicator arrow ส่งสัญญาณลูกศรสีแดงก็ได้

คุณจะสามารถเข้าเทรดสถานะ short (ขาย) ได้ก็ต่อเมื่อตรงตามหลักเกณฑ์ทั้ง 2 ข้อ ดังนี้

  • อินดิเคเตอร์ 100-pips momentum ส่งสัญญาณขาย (Sell) เมื่อเส้นสีน้ำเงินทะลุเส้นสีแดงลงไปจากด้านบน
  • Indicator arrow ส่งสัญญาณลูกศรสีแดง

ให้วางจุดหยุดขาดทุนไว้เหนือเส้นอินดิเคเตอร์สีแดงหรือเส้นแนวต้านล่าสุด ปิดคำสั่งเทรดหลังจากทำกำไรได้ 30-pips หรือเมื่อ indicator arrow ส่งสัญญาณลูกศรสีเขียว

กลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex แบบรายสัปดาห์

แม้ว่าเทรดเดอร์ Forex หลาย ๆ คนชอบที่จะเทรดในระหว่างวันมากกว่าเนื่องจากความผันผวนของตลาดเพิ่มโอกาสในการทำกำไรในกรอบระยะเวลาที่แคบลงได้ แต่กลยุทธ์การเทรด Forex แบบรายสัปดาห์นั้นมีความยืดหยุ่นและมั่นคงกว่า กราฟแท่งเทียนแบบรายสัปดาห์จะให้ข้อมูลตลาดที่ละเอียดยิ่งขึ้น โดยจะประกอบไปด้วยแท่งเทียนรายวัน 5 แท่ง และการเปลี่ยนแปลงที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มตลาดตามจริง กลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex แบบรายสัปดาห์จะใช้ขนาดสถานะที่ค่อนข้างต่ำเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงมากเกินไป

สำหรับกลยุทธ์นี้เราจะใช้อินดิเคเตอร์เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (Exponential Moving Average หรือ EMA) แท่งเทียนรายวันของวันสุดท้ายของสัปดาห์ก่อนหน้าจะต้องปิดที่ระดับเหนือค่า EMA ทีนี้เราก็ต้องคอยจับตาดูตอนที่ราคาทะลุระดับราคาสูงสุดของสัปดาห์ก่อนหน้า จากนั้นก็วางคำสั่ง Buy stop ที่จบแท่งเทียน H4 ณ ระดับราคาใหม่ที่ทะลุระดับราคาสูงสุดของสัปดาห์ก่อนหน้าไปแล้ว

ส่วนจุดหยุดขาดทุนจะต้องถูกตั้งไว้ใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดที่ใกล้ที่สุด ราว ๆ 50 ถึง 105 pips ค่าสูงสุดก่อนหน้าจะถูกนำมาคำนวณเมื่อระดับต่ำสุดที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่เกือบ ๆ 50 pips ในที่นี้ขอบเขตการเปลี่ยนแปลงของราคาในสัปดาห์ก่อนหน้าจะถูกนำมาคิดเป็นขอบเขตของกำไร

หน้าที่ของการเทรดด้วยพฤติกรรมราคา (Price Action) ในกลยุทธ์ Forex

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานนั้นจะถูกนำมาใช้ในแง่ไหนบ้างก็แตกต่างกันไปแล้วแต่เทรดเดอร์แต่ละคน และในขณะเดียวกันกลยุทธ์ Forex จะดีหรือไม่ดีก็แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานด้วย ซึ่งในส่วนนี้จะถือเป็นการวิเคราะห์ทางเทคนิค เมื่อพูดถึงกลยุทธ์การเทรดค่าสกุลเงินทางเทคนิคแล้วก็สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 สไตล์หลัก ๆ ด้วยกัน ได้แก่ เทรดแบบตามเทรนด์ และเทรดแบบตรงข้ามเทรนด์ โดยทั้งสองกลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex นี้ต่างก็มุ่งทำกำไรด้วยการใช้พฤติกรรมราคาเป็นหลัก

ถ้าจะให้พูดถึงพฤติกรรมราคาแล้ว หลักการสำคัญที่สุดก็คงหนีไม่พ้นแนวรับและแนวต้าน หรือจะให้พูดง่าย ๆ เลยก็คือแนวโน้มของตลาดที่จะมีการกลับตัวของราคาจากจุดต่ำสุดก่อนหน้าและจุดสูงสุดก่อนหน้า แนวรับคือแนวโน้มของตลาดที่จะพุ่งสูงขึ้นจากจุดต่ำสุดก่อนหน้า ส่วนแนวต้านก็คือแนวโน้มของตลาดที่จะตกลงจากจุดสูงสุดก่อนหน้า โดยแนวรับและแนวต้านเกิดขึ้นจากนักลงทุนในตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ทิศทางของราคาว่าจะเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดก่อนหน้า

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าตลาดเข้าใกล้จุดต่ำสุดก่อนหน้า พูดง่าย ๆ เลยก็คือผู้ซื้อจะเข้ากว้านซื้อส่วนที่คิดว่าราคาถูก แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าตลาดเข้าใกล้จุดสูงสุดก่อนหน้า ก็คือผู้ขายจะเทขายส่วนที่คิดว่าราคาแพงหรือในจุดที่คิดว่าเหมาะกับการช้อนทำกำไร ดังนั้นจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดก่อนหน้าจึงเป็นเหมือนหน่วยมาตรฐานในการประเมินราคาปัจจุบัน

ระดับแนวรับและแนวต้านที่สามารถคาดการณ์ทิศทางตลาดได้นั้นเกิดขึ้นจริงตามทฤษฎี เนื่องจากนักลงทุนในตลาดจะคอยจนกว่าจะเกิดพฤติกรรมราคารูปแบบใดรูปแบบหนึ่งขึ้นในระดับแนวรับและแนวต้านเพื่อทำการเทรดตามนั้น ส่งผลให้ตลาดดำเนินไปในทิศทางที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้นั่นเอง

แต่ก็มีข้อพึงระวัง 3 ประการที่ไม่ควรมองข้าม ดังนี้

  1. ระดับแนวรับและแนวต้านไม่ใช่หลักเกณฑ์ตายตัว แต่เป็นเพียงแค่ผลลัพธ์โดยทั่วไปที่มักจะเกิดจากพฤติกรรมของนักลงทุนในตลาด
  2. ระบบการเทรดแบบตามเทรนด์จะเน้นทำกำไรในช่วงที่เลยช่วงเวลาที่เกิดแนวรับและแนวต้านไปแล้ว
  3. สไตล์การเทรดแบบตรงข้ามเทรนด์จะตรงข้ามกับการเทรดแบบตามเทรนด์ คือจะขายเมื่อราคาทำจุดสูงสุดใหม่ และซื้อเมื่อราคาทำจุดต่ำสุดใหม่

กลยุทธ์ Forex แบบเทรดตามเทรนด์

บางครั้งทิศทางของตลาดก็อาจเกิดขึ้นแบบเกินคาด คืออาจจะเปลี่ยนแปลงโดยลงไปต่ำกว่าแนวรับหรือขึ้นไปสูงกว่าแนวต้านจนเกิดเป็นเทรนด์ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเมื่อเลยช่วงเวลาที่เกิดแนวรับไปแล้ว และราคาปรับตัวไปที่จุดต่ำสุดใหม่ ผู้ซื้อก็จะเริ่มหยุดซื้อ เนื่องจากเห็นว่าราคาที่ปรับตัวลดลงเริ่มทรงตัวและต้องการรอให้ราคาปรับไปถึงระดับต่ำสุดที่จะเป็นไปได้เสียก่อน ในขณะเดียวกันก็จะมีเทรดเดอร์ที่ตื่นกลัวรีบเทขายหรือต้องปิดสถานะเนื่องจากพอร์ตถูกล้าง

เทรนด์จะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีการหยุดขายและผู้ซื้อเริ่มมั่นใจว่าราคาจะไม่ลดต่ำลงไปกว่านี้แล้ว กลยุทธ์การเทรดแบบตามเทรนด์นั้นคือเทรดเดอร์จะเข้าซื้อเมื่อราคาทะลุแนวต้านและแรงขายไป แล้วตกลงมาที่ระดับแนวรับ

เทรนด์ของตลาดอาจจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและยืดเยื้อกินเวลานาน เนื่องจากกลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex นี้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของราคาเป็นสำคัญจึงถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วยเช่นกัน ระบบการเทรดแบบตามเทรนด์จะใช้อินดิเคเตอร์ในการแจ้งเตือนเมื่อเกิดเทรนด์ใหม่ขึ้น แต่ก็ไม่ได้การันตี 100% ว่าจะเกิดขึ้นตามนั้นอย่างแน่นอน

ถ้าอินดิเคเตอร์สามารถบ่งบอกเวลาที่มีโอกาสที่เทรนด์เริ่มก่อตัวขึ้นได้ละก็ ถือว่าเป็นประโยชน์ในการเทรดเป็นอย่างมาก การแจ้งเตือนว่าอาจมีเทรนด์เริ่มก่อตัวขึ้นเรียกว่า ‘breakout’ โดยจะเป็นตอนที่ราคามีการเคลื่อนไหวทะลุขึ้นไปสูงกว่าระดับราคาสูงสุดหรือลงต่ำกว่าระดับราคาต่ำสุดในช่วงเวลาตามจำนวนวันที่กำหนดไว้สำหรับดูข้อมูล ตัวอย่างเช่น breakout ของระยะเวลา 20 วันเป็นไปในทิศทางขาขึ้น หมายถึงราคาพุ่งสูงขึ้นไปทะลุระดับราคาสูงสุดในช่วงระยะเวลา 20 วันที่ผ่านมา

ระบบการเทรดแบบตามเทรนด์จะต้องมีการควบคุมอารมณ์ในการเทรดให้ได้ด้วย เพราะเป็นการเทรดในระยะเวลานาน ซึ่งในระหว่างนั้นผลกำไรอาจจะหายไปได้หากเกิดการแกว่งตัวของราคาในตลาด เมื่อตลาดมีความผันผวน เราจะเห็นการแกว่งตัวของราคาได้ชัดเจนกว่าเทรนด์ ดังนั้นระบบการเทรดแบบตามเทรนด์จึงเป็นกลยุทธ์เทคนิคการเทรดที่เหมาะที่สุดสำหรับตลาด Forex ที่เป็นเทรนด์แต่ผันผวนไม่มากนัก

ตัวอย่างที่ดีตัวอย่างหนึ่งของกลยุทธ์การเทรดแบบตามเทรนด์ก็คือระบบ Donchian Trend ซึ่ง Donchian channel นั้นถูกคิดค้นขึ้นมาจากนักเทรดฟิวเจอร์สที่ชื่อ Richard Donchian โดย Donchian channel เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้ระบุการเริ่มเกิดเทรนด์ คุณสามารถปรับพารามิเตอร์ Donchian channel ได้ตามความเหมาะสม แต่สำหรับตัวอย่างนี้เราจะดูที่กรอบระยะเวลา 20 วัน

โดยหลักแล้ว Donchian channel จะให้คำแนะนำในการเทรดอยู่ 2 อย่างด้วยกัน คือ

  • ซื้อเมื่อราคาตลาดปรับตัวสูงขึ้นไปเหนือระดับราคาสูงสุดในช่วง 20 วันก่อนหน้า
  • ขายเมื่อราคาปรับตัวลดลงไปต่ำกว่าระดับราคาต่ำสุดในช่วง 20 วันก่อนหน้า

นอกจากนี้ยังมีหลักเกณฑ์ในการเทรดเพิ่มเติมอีกอย่างหนึ่งเมื่อภาวะของตลาดเหมาะกับระบบการเทรดดังกล่าว หลักเกณฑ์ดังกล่าวถูกนำมาใช้เพื่อกรองเอา breakout ที่ตรงข้ามกับเทรนด์ในระยะยาว หรือจะให้กล่าวสั้น ๆ ก็คือให้ดูเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (MA) แบบ 25-วัน กับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 300-วัน ทิศทางของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะเวลาสั้นกว่าจะบ่งบอกแนวทางการเทรดให้กับคุณ ซึ่งหลักเกณฑ์นี้จะบอกว่าคุณสามารถเทรด

  • short ถ้าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 25-วันอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 300-วัน
  • long ถ้าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 25-วันอยู่สูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 300-วัน

การออกจากเทรดก็จะทำในแบบเดียวกันกับการเข้าเทรด แต่จะใช้กรอบระยะเวลาแค่ 10 วัน หมายความว่าถ้าคุณเปิดสถานะ long แล้วราคาตลาดปรับตัวลงไปต่ำกว่าระดับราคาต่ำสุดในช่วง 10 วันก่อนหน้า คุณอาจจะต้องทำการขายเพื่อออกจากเทรด หรือในทางตรงกันข้าม

กลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex แบบ 4-ชั่วโมง

หนึ่งในกลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex ที่มีประโยชน์และได้ผลอย่างมากก็คือกลยุทธ์การเทรดตามเทรนด์แบบ 4 ชั่วโมง แต่กรอบระยะเวลา 4 ชั่วโมงนั้นจะเหมาะกับเทรดเดอร์ที่เทรดแบบ Swing Trading มากกว่า กลยุทธ์นี้จะใช้กราฟแบบ 4 ชั่วโมงเป็นกราฟ base ในการค้นหาบริเวณที่มีสัญญาณการเทรดที่จะทำกำไรได้ ส่วนกราฟแบบ 1 ชั่วโมงจะเป็นกราฟ signal ใช้เป็นตัวค้นหาจุดที่จะเปิดสถานะสัญญาซื้อขาย

ข้อควรระวังคือกรอบระยะเวลาสำหรับหาสัญญาณการเทรดในกราฟ signal ควรจะมีระยะเวลาน้อยกว่ากราฟ base อย่างน้อย 1 ชั่วโมง โดยจะมีการเลือกใช้เส้น MA 2 ชุดด้วยกัน ชุดแรกจะเป็นเส้น MA 34-period ส่วนอีกชุดหนึ่งจะเป็นเส้น MA 55-period และเพื่อยืนยันว่าเทรนด์นั้นคุ้มค่าพอที่จะเข้าเทรดหรือไม่ เส้น MA จะต้องสอดคล้องกับพฤติกรรมราคา

  • ราคาจะยังคงอยู่เหนือเส้น MA
  • เส้น 34-MA จะยังคงอยู่เหนือเส้น 55-MA และยังเป็นแบบนั้นต่อไปเรื่อย ๆ
  • เส้น MA จะเฉียงขึ้นไปให้ได้นานที่สุดในระหว่างเทรนด์ขาขึ้น
  • ราคาจะยังคงอยู่ต่ำกว่าเส้น MA
  • เส้น 34-MA จะยังคงอยู่ต่ำกว่าเส้น 55-MA และยังเป็นแบบนั้นต่อไปเรื่อย ๆ
  • เส้น MA จะเฉียงลงไปให้ได้นานที่สุด

เส้น MA จะเป็นตัวแสดงโซนแนวรับในช่วงเทรนด์ขาขึ้น และแสดงโซนแนวต้านในช่วงเทรนด์ขาลง ภายในหรือรอบ ๆ โซนดังกล่าวนี้จะเป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับกลยุทธ์เทคนิคการเทรดแบบตามเทรนด์ เรียนรู้ขั้นตอนการเทรดกับเราในหลักสูตรการเรียนรู้ใหม่ล่าสุดอย่าง Forex 101 ที่ยังมีข้อคิดเห็นสำคัญ ๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการเทรดมืออาชีพให้ด้วย คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อลงทะเบียนฟรี

กลยุทธ์ Forex แบบเทรดตรงข้ามเทรนด์

กลยุทธ์การเทรดตรงข้ามเทรนด์จะยึดหลักความจริงที่ว่า breakout ส่วนใหญ่จะไม่พัฒนาไปเป็นเทรนด์ระยะยาว ดังนั้นเทรดเดอร์จึงใช้กลยุทธ์ดังกล่าวนี้เพื่อหาประโยชน์จากแนวโน้มที่ราคาจะพลิกตัวจากระดับราคาสูงสุดและต่ำสุดก่อนหน้า ในทางทฤษฎี กลยุทธ์การเทรดตรงข้ามเทรนด์ถือเป็นกลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex ที่ดีที่สุดในการเพิ่มความมั่นใจ เนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จค่อนข้างสูง

แต่สิ่งสำคัญที่จะต้องทำเลยก็คือต้องมีการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุมและเคร่งครัด กลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex นี้จะใช้ระดับแนวรับและแนวต้านเป็นสำคัญ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการสูญเสียอย่างมากเช่นกันเมื่อผ่านช่วงแนวรับและแนวต้านไปแล้ว ควรมีการติดตามดูตลาดอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งสภาวะตลาดที่เหมาะกับกลยุทธ์นี้ที่สุดคือตลาดที่เสถียรและมีความผันผวน เพราะสภาวะตลาดดังกล่าวจะมีการแกว่งตัวของราคาที่เหมาะสมไม่ออกไปนอกกรอบ แต่ควรพึงระวังไว้ด้วยว่าสภาวะตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ตัวอย่างเช่น ตลาดที่เสถียรและไม่มีการเคลื่อนไหวมากนักอาจจะเริ่มเกิดเทรนด์ขึ้นได้ จากนั้นก็จะเริ่มมีความผันผวนเกิดขึ้นเมื่อเทรนด์เริ่มก่อตัวขึ้น โดยสภาวะของตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดนั้นจะยังไม่แน่นอน คุณควรมองหาเบาะแสที่จะบ่งชี้สภาวะตลาดปัจจุบัน เพื่อตัดสินว่าเหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณหรือไม่

ค้นหากลยุทธ์ Forex ที่เหมาะกับคุณที่สุด

แหล่งที่มา: ตัวอย่างบัญชีทดลองของ Admiral Markets

มีการพัฒนาอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคหลาย ๆ ตัวขึ้นมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งสืบเนื่องมาจากเทคโนโลยีในการเทรดออนไลน์ที่ล้ำสมัยขึ้นทำให้คนเราสามารถเข้าถึงเครื่องมือและแพลตฟอร์มในการสร้างอินดิเคเตอร์และระบบสำหรับการเทรดของตนเองได้มากยิ่งขึ้น

คุณสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคในส่วนการเรียนรู้ของเราหรือในแพลตฟอร์มเทรดที่เรามีให้บริการ กลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex ที่ดีที่สุดสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่นั้นควรจะเป็นกลยุทธ์ที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน และใช้ได้ผลในหมู่เทรดเดอร์ Forex ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว คุณจะค้นพบกลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex ที่เหมาะกับสไตล์ของคุณที่สุดได้ก็ต่อเมื่อผ่านการทดลองและความล้มเหลวมาแล้วหลาย ๆ ครั้ง ลองเข้าไปทดสอบกลยุทธ์เทคนิคการเทรดได้แบบไร้ความเสี่ยงกับบัญชีทดลองเทรดของเรา

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

ข้อมูลนี้ไม่ใช่และและไม่ควรถือเป็นการแทนคำปรึกษาด้านการลงทุน คำชี้แนะด้านการลงทุน ข้อเสนอหรือคำชักชวนในการทำธุรกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวกับตราสารทางการเงินทั้งสิ้น โปรดทราบว่าบทวิเคราะห์เกี่ยวกับการเทรดดังกล่าวไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ถึงสภาวะของตลาดในปัจจุบันหรือในอนาคต เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ ก่อนตัดสินใจลงทุนใด ๆ คุณควรขอคำแนะนำจากผู้ให้คำปรึกษาด้านการเงินเสียก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

กลยุทธ์หาจังหวะเข้าจังหวะออก

ในการซื้อขายค่าเงิน หรือการเทรดคู่เงินในตลาด Forex นั้น การหาจังหวะเข้า หรือออกออเดอร์ที่ดีที่สุด ก็เท่ากับเรามีชัยไปกว่าครึ่ง แต่ถ้าหากเราออกออเดอร์ผิดที่ เทรดกี่ทีก็ไม่ได้กำไร ต้องมาเสียเวลาแก้ไขอยู่ร่ำไป จนสุดท้ายก็ต้องไปตายเอาดาบหน้า กุมชะตากรรม ยอมรับการขาดทุนไปในที่สุด มันจึงดูไม่เข้าท่าเอาซะเลย ว่าไหมครับ?

ฉนั้นการรู้จังหวะเข้า รู้จังหวะออก(ออเดอร์) จึงเป็นศาสตร์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการเทรดให้ได้กำไร ช่วยให้สามารถอยู่ในตลาดได้นาน เพราะเมื่อเราเริ่มต้นมาดีแล้ว ย่อมมีความได้เปรียบมากกว่าเสียเปรียบนั่นเอง

กลยุทธ์หาจังหวะเข้า หรือจากออกออเดอร์ด้วย Oscillators CCI , MACD

เป็นกลยุทธ์หาจังหวะเข้าออกออเดอร์ง่ายๆ โดยอาศัย สัญญาณที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง จากจุดเข้า-จุดออกในตลาด ซึ่งประกอบด้วย 2 ตัวช่วย(อินดี้) คือการใช้ Oscillators CCI กับ MACD ในหน้าต่างเดียวกัน (ทับซ้อนกัน) ซึ่งจะใช้ได้ผล หรือให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด กับไทมเฟรมที่ M1 – H1 สำหรับไทมเฟรมที่แนะนำคือ M5
การตั้งค่าตัวชี้วัดกำหนดตามนี้คือ

  • MACD: Period (Fast EMA – 12, slow EMA – 26, Signal SMA – 2)
  • CCI : Period – 14

เนื่องจากเราใช้อินดี้ 2 ตัว (MACD,CCI) ในหน้าต่างเดียวกัน เราจึงต้องลากอินดี้ทั้งสองตัวดังกล่าวมาทับซ้อนกัน โดยไปที่เมนู Navigator >> indicators >> แล้ว MACD ไปยังกราฟก่อน >> จากนั้นลาก CCI ไปทับซ้อนอีกที ในหน้าต่างโซนเดียวกัน และอย่าลืม Set ค่า MACD ไว้ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น

ตัวอย่างการ Set ค่า MACD: Period (Fast EMA – 12, slow EMA – 26, Signal SMA – 2)

1. การจับหวะหาตำแหน่งเข้า-ออกออเดอร์กรณีซื้อ (ฺBuy)

เปิดออเดอร์ซื้อ (เข้าออเดอร์) เมื่อเส้น CCI (สีฟ้า) ข้ามเส้น +100 จากล่างขึ้นบน ในขณะที่ตัวชี้วัด MACD จะต้องอยู่เหนือเส้นแบ่ง 0

ปิดออเดอร์ซื้อ (ออกจากออเดอร์) เมื่อเส้น CCI ย้อนกลับมาที่ระดับ +100 หรือข้ามขอบ MACD แนะนำดูจากภาพตัวอย่างด้านล่างกรณีซื้อ

2. การจับหวะหาตำแหน่งเข้า-ออกออเดอร์กรณีขาย (ฺSell)

เปิดออเดอร์ขาย (เข้าออเดอร์) เมื่อเส้น CCI (สีฟ้า) ข้ามเส้น -100 ลงมา ในขณะที่ตัวชี้วัด MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นแบ่ง 0

ปิดออเดอร์ขาย (ออกจากออเดอร์) เมื่อเส้น CCI ย้อนกลับมาที่ระดับ -100 หรือข้ามขอบ MACD แนะนำดูจากภาพตัวอย่างด้านบนกรณีขาย

ในการเทรดด้วยกลยุทธ์นี้คุณจะต้องเฝ้าติดตามเทอมินัลอ่านตัวชี้วัด เพราะตัวเลือกนี้ไม่ได้ให้ฟังก์ชั่นในการวาง stop loss หรือ take profit

หมายเหตุ: มุมมองผู้เขียนจากการใช้กลยุทธ์นี้ มองว่า กรณีที่จะปิดหรือออกจากออเดอร์ไม่ว่าจะซื้อหรือขายนั้น ควรปิดทันทีเมื่อมองเห็นว่าราคาจะไม่ไปต่อ หรือมันกำลังจะสวนทาง

กลยุทธ์ Forex

กลยุทธ์ Forex ที่ดีที่สุดคืออะไร? ส่วนของเราเกี่ยวกับกลยุทธ์ Forex ให้บทความทุกประเภทเพื่อช่วยคุณในการซื้อขายประจำวัน เรียนรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์ต่างๆเช่น: scalping Forex, ตัวชี้วัดการสนับสนุนและความต้านทาน, การซื้อขายสวิง Forex, การซื้อขายรายวัน, วง Bollinger และอีกมากมาย!

Carry Trade คืออะไร? : กลยุทธิ์ Carry Trade Forex ทำอย่างไร

Carry Trade (แครี่เทรด) คือ การที่เทรดเดอร์คนหนึ่งๆ ได้ “ยืม” ตราสารทางการเงินมาชนิดหนึ่ง และใช้ตราสารดังกล่าวในการ “ซื้อ” ตราสารทางการเงินอีกอย่างหนึ่ง

QE คืออะไร? มาตรการ Quantitative Easing ส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร

มาตรการ QE หรือ Quantitative Easing คือนโยบายทางการเงินเชิงปริมาณแบบผ่อนคลาย ธนาคารกลางจะเข้าไปซื้อสินทรัพย์ทางการเงินในปริมาณมหาศาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

คู่มือแนะนำเทคนิคการเทรด Forex ระยะสั้น (Scalping Forex) และกลยุทธ์ Scalping Forex 1 นาที

เรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับกลยุทธ์เทคนิค Scalping Forex และกลยุทธ์ Scalping Forex 1 นาที พร้อมดูข้อดีและข้อเสียของการเทรดด้วย Scalping Forex และอื่น ๆ อีกมากมาย

กลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex ที่ได้ผลดีที่สุด

กลยุทธ์เทคนิคเทรด Forex ที่ดีที่สุดสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และเทรดเดอร์มืออาชีพคืออะไร เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์ Forex ต่าง ๆ ที่ควรรู้ได้ในบทความนี้

10 สุดยอดเคล็ดลับ Money Management Forex

10 สุดยอดเคล็ดลับ Money Management Forex ที่ดีที่สุดทั้งสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และเทรดเดอร์มืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นวินัยการเทรด, เลเวอเรจ และอื่น ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

การเทรด Fibonacci Forex: กลยุทธ์ Fibonacci Trading สำหรับเทรนด์ขาขึ้นและเทรนด์ขาลง

เรียนรู้วิธีเทรดด้วย Fibonacci trading โดยใช้ Fibonacci retracement levels และ Fibonacci extensions รวมถึงแนะนำวิธีการใช้กลยุทธ์เทคนิคการเทรด Fibonacci Forex

กลยุทธ์เทคนิคการเทรดสำหรับปี 2020

เรียนรู้กลยุทธ์การเทรดและเทคนิคการเทรดหลากประเภทสำหรับการเทรด Forex, หุ้น, ดัชนี, คริปโตเคอเรนซี่ ฯลฯ ที่จำเป็นต้องรู้เพื่อการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ

MetaTrader 4

แพลตฟอร์มเทรด Forex และ CFD

แอพสำหรับ iPhone

MetaTrader 4 สำหรับ iPhone

MetaTrader 5
MT4 สำหรับ OS X

MetaTrader 4 สำหรับ Mac

แอพสำหรับ Android

MT4 สำหรับอุปกรณ์ Android

MT4 Web Trader
เกี่ยวกับเรา
เริ่มต้นเทรด
ผลิตภัณฑ์
แพลตฟอร์มเทรด
การวิเคราะห์
การศึกษา
การเป็นพาร์ทเนอร์

คำเตือนความเสี่ยง: ข้อมูลในเว็บไซต์ไม่ได้ถูกกำหนดเป้าหมายไปยังประเทศหรือเขตอำนาจศาลใด ๆ ที่การแจกจ่ายหรือการใช้งานดังกล่าวจะขัดต่อกฎหมายหรือข้อบังคับในท้องถิ่น Admiral Markets Pty Ltd (ABN 63 151 613 839) (“Admiral Markets”) ถือใบอนุญาตบริการทางการเงินออสเตรเลีย (AFSL) เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการทางการเงินในออสเตรเลีย จำกัด เฉพาะบริการทางการเงินที่ครอบคลุมโดยหมายเลข AFSL ของ 410681. Admiral Markets Pty Ltd เป็นเจ้าของอย่างเต็มที่โดย บริษัท Admiral Markets Group AS

ข้อมูลที่อยู่ในเว็บไซต์นี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ได้คำนึงถึงวัตถุประสงค์สถานการณ์ทางการเงินหรือความต้องการของคุณ เนื้อหาของเว็บไซต์นี้จะต้องไม่ถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำส่วนตัว ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในผลิตภัณฑ์หรือบริการใด ๆ ที่นำเสนอโดย Admiral Markets เราขอแนะนำให้คุณขอคำแนะนำที่เป็นอิสระและให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะทำการซื้อขายและพิจารณาวัตถุประสงค์สถานการณ์ทางการเงินความต้องการและระดับประสบการณ์อย่างรอบคอบ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจว่าจะติดตามผลิตภัณฑ์หรือบริการใด ๆ ที่อ้างถึงในเว็บไซต์นี้หรือไม่นั้นเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องอ่านและพิจารณาคู่มือบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องและคำชี้แจงเกี่ยวกับการเปิดเผยผลิตภัณฑ์ คู่มือบริการทางการเงินมีรายละเอียดค่าธรรมเนียมและค่าบริการ เอกสารทั้งหมดนี้มีอยู่ในเว็บไซต์ของเราหรือคุณสามารถโทรหาเราที่ 1300 889 866

Admiral Markets จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ รวมถึง แต่ไม่ จำกัด เพียงการสูญเสียผลกำไรใด ๆ ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยตรงหรือโดยอ้อมจากการใช้หรือเชื่อมั่นในข้อมูลดังกล่าว

การซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ มีความเสี่ยงสูงและไม่เหมาะกับนักลงทุนบางคน การกำหนดระดับเลเวอเรจ(Leverage) ให้สูงขึ้น อาจทำให้คุณได้กำไรมากขึ้น แต่ก็อาจทำให้ขาดทุนได้มากขึ้นเช่นเดี่ยวกัน และคุณอาจขาดทุนมากกว่าเงินลงทุนที่มี ดังนั้นก่อนการทำรายการซื้อขายใดๆ โปรดพิจารณาความเสี่ยงหรือต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายที่มีอย่างรอบคอบ และจำเป็นต้องแสวงหาคำแนะนำเป็นส่วนประกอบ ทั้งนี้ยังมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับระบบออนไลน์ อาทิ ฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ขัดข้อง ระบบสื่อสารหรือการเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตหยุดชะงักหรือความผิดพลาดต่างๆให้เหลือน้อยที่สุด แอดมิรัลมาร์เก็ตไม่มีส่วนในการรับผิดชอบต่อผลขาดทุนหรือความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมไปถึงการสูญเสียหายที่เกิดขึ้น รวมทั้งการสูญเสียผลกำไรซึ่งเกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม จากความผิดพลาด หยุดชะงักหรือล่าช้า จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆทั้งสิ้น

Admiral Markets Pty Ltdในประเทศออสเตรเลีย ได้รับอนุญาตให้สามารถให้บริการทางการเงินจากองค์กร Australian Securities and Investments Commission (ASIC) ประเทศออสเตรเลียโดยมีใบอนุญาตหมายเลข 410681. Admiral Markets Pty Ltd สำนักงานทะเบียน: Level 10,17 Castlereagh Street Sydney NSW 2000

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

ตัวเลือกไบนารีและอัตราแลกเปลี่ยน
Leave a Reply

;-) :| :x :twisted: :smile: :shock: :sad: :roll: :razz: :oops: :o :mrgreen: :lol: :idea: :grin: :evil: :cry: :cool: :arrow: :???: :?: :!: