RSI เทรนด์

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

Contents

RSI คืออะไร? สัญญาณซื้อขายที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องรู้!! แน่ใจจริงหรือ? ว่าคุณใช้ถูกแล้ว?

RSI คืออะไร

RSI เป็นเครื่องมือชี้วัดทางเทคนิคประเภท Momentum ใช้สำหรับวัดการแกว่งตัวของราคาว่ามีภาวะการซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือ การขายมากเกินไป (Oversold) โดยมีค่าตั้งแต่ 0-100

โดยค่ามาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปนั้นจะอยู่ที่ 30 และ 70 โดยหาก RSI อยู่ในระดับที่ตํ่ากว่า 30 จะถือว่าราคาอยู่ในภาวะ “ขายมากเกินไป” (Oversold) และหากมากกว่า 70 จะถือว่าราคาอยู่ในภาวะ “ซื้อมากเกินไป” (Overbought)

แล้วภาวะ “ซื้อมากเกินไป” และ “ขายมากเกินไป” คืออะไร?

ภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought)

ภาวะ “ซื้อมากเกินไป” หรือ Overbought คือ การที่ราคาพุ่งไปสูงมากๆ จนอาจจะไม่มีคนซื้อต่อ เพราะ คนเริ่มรู้สึกว่าหากซื้อที่ราคานั้นตนจะขายของไม่ออกนั่นเอง

ตัวอย่างก็เช่น การซื้อสินค้าแบรนด์เนมรุ่น limited หายากมาขายเก็งกำไร หากเราซื้อตอนเปิดตัวเราอาจจะได้ราคาตั้งต้น ณ ตอนนั้น แต่หากเวลาผ่านไปคนเริ่มหาของชิ้นนั้นได้ยากราคาจึงเพิ่มขึ้น โดยเราอาจจะขายต่อ ณ จุดนั้น แต่ในขณะเดียวกันคนที่ซื้อต่อเราไปหากนำไปขายต่อก็มีแนวโน้มจะไปขายต่อในราคาที่แพงขึ้นเช่นกัน เพราะซื้อมาในราคาที่แพงกว่าบวกกับการที่สินค้าเป็นของหายาก และด้วยราคาที่แพงขึ้นก็อาจจะทำให้ขายได้ยากขึ้นเช่นกัน

ภาวะขายมากเกินไป (Oversold)

ภาวะ “ขายมากเกินไป” หรือ Oversold คือ การที่ราคาลดลงมากๆ หรือมีแรงขายจำนวนมากจนราคาเริ่มถูก จนทำให้ผู้ที่ต้องการซื้ออยากซื้อ หากเปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับการที่เราแห่เข้าไปซื้อสินค้าอย่างของกิน ของใช้ ในช่วงที่มีโปรโมชั่นหรือการลดราคา มาตุนไว้ใช้ในภายภาคหน้า

RSI ใช้ยังไง?

วิธีใช้งานอย่างง่าย

“น้อยกว่า 30 คือ Oversold ให้ [ซื้อ]”

“มากกว่า 70 คือ Overbought ให้ [ขาย]”

แค่นี้ครับ… สิ่งที่ควรเข้าใจ แต่ในตลาดจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น การใช้ RSI เพียงอย่างเดียวในการซื้อขายหุ้นเป็นการกระทำที่ผิดมหันต์

วิธีใช้งานแบบ advance หรือวิธีที่ควรทำควบคู่กับการใช้ RSI

วิธีที่ 1: ใช้บ่งบอกสัญญาณในการ Breakout

ด้วยประสบการณ์ส่วนตัวผมมองว่า RSI สามารถใช้เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเข้าซื้อ ในระหว่างที่กราฟเกิดการสะสมของราคาแบบไร้ทิศทางหรือ sideway เป็นรูปแบบ price pattern ต่างๆ ได้ดีตัวหนึ่ง

จากภาพจะเห็นได้ว่าราคามีการทำ sideway แบบไร้ทิศทาง โดย RSI ก็แสดงเป็นลักษณะ sideway เช่นเดียวกัน โดยเป็นในรูปแบบของ Double Bottom ดังนั้นเราอาจจะตีเส้นเป็นแนวต้านใน RSI และหลังจากเส้น RSI อยู่เหนือแนวต้านที่เราตี ในขณะที่แท่งเทียนด้านบนปิดตัวพอดีเราอาจจะลองเข้าซื้อดู

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

วิธีที่ 2: ใช้บ่งบอกการกลับตัวของแนวโน้ม

ในส่วนนี้จะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ Bullish divergence และ Bearish convergence

ส่วนที่ 1: Bullish divergence

Bullish divergence คือการที่การเคลื่อนที่ของราคาในกราฟขัดแย้ง กับ การเคลื่อนที่ของ RSI บ่งบอกถึงโอกาสในการกลับตัวของราคา “ลง” โดยจะเกิดในแนวโน้มขาขึ้น

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

จากภาพจะเห็นได้ว่าในกราฟมีการทำแนวโน้มขาขึ้น โดยเกิด lower high และ higher high ตามลำดับ แต่ในทางกลับกัน RSI กลับทำ low และ higher low ซึ่งเป็นสัญญาณของแนวโน้มขาลงและเป็นการขัดกับสิ่งที่เกิดขึ้นในกราฟอย่างสิ้นเชิง

หลังจากนั้นจะสังเกตได้ว่ากราฟได้ลดตัวลงมาพอประมาณหลังจากเกิดสัญญาณ Bullish divergence ซึ่งหากเกิดสัญญาณนี้เราแนะนำให้ขาย

ส่วนที่ 2: Bearish convergence

Bearish convergence คือการที่การเคลื่อนที่ของราคาในกราฟขัดแย้ง กับ การเคลื่อนที่ของ RSI บ่งบอกถึงโอกาสในการกลับตัวของราคา “ขึ้น” โดยจะเกิดในแนวโน้มขาลง หรือ สรุปง่ายๆ คือความเข้าใจตรงกันข้ามกับ Buliish divergence นั่นเอง

จากภาพแสดงให้เห็นว่าแนวโน้มในกราฟเป็นแนวโน้มขาลงมีการทำ higher low และ lower low ตามลำดับ โดยในขณะที่ RSI มีการทำแนวโน้มขาขึ้นเป็น high และ lower high ซึ่งขัดแย้งกับกราฟ ในกรณีนี้เราแนะนำให้ “ซื้อ” เพราะ มีความเป็นไปได้ว่าราคาจะกลับตัวขึ้น

เกร็ดเล็กน้อย

จากประสบการณ์ส่วนตัวควรให้กราฟกับตัว RSI วิ่งไปในทางตรงกันข้ามอย่างแท้จริง ไม่ใช่วิ่งไปในทางเดียวกันเล็กน้อยแล้วมั่นใจว่าเกิด Bullish divergence หรือ Bearish convergence เพราะ บางทีตัว RSI อาจจะแค่พักตามแนวโน้มเฉยๆ ซึ่งต้องใช้ประสบการณ์ในการดูพอประมาณ

อ่านแล้วคันมืออยากลองตีกราฟ กดได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างเลย ฟรี!!
https://www.finnomena.com/stock/setindex

วิธีที่ 3: ใช้บ่งบอกจุดเข้าซื้อระหว่างแนวโน้ม

หลายๆ ครั้งที่หากแนวโน้มรันเทรนด์ไปแล้วเราไม่รู้จะเข้าซื้อในจังหวะไหนดี หรือกลัวว่าซื้อไปแล้วราคาที่เราซื้อจะแพงไปหรือติดดอย RSI เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ใช้บอกจุดเข้าได้ โดยที่ระดับตํ่ากวํ่า 30 เราอาจจะเข้าซื้อ โดยมีขั้นตอนดังนี้

3.1) ภาพรวมแนวโน้ม

ควรเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนดังภาพก่อนโดยดังภาพมีการเกิด high, lower high และ new high ตามลำดับซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มขาขึ้น

3.2) เข้าซื้อตามสัญญาณ RSI

หลังจากนั้นที่จุดเข้าซื้อจะสังเกตได้ว่า RSI อยู่ที่ระดับตํ่ากว่า 30 โดยเราก็เข้าซื้อได้เลย

ข้อควรระวัง

  1. ควรสังเกตให้ชัดเจนว่ามีสัญญาณแนวโน้มขาขึ้นชัดเจน จึงเข้าซื้อตาม RSI
  2. เคส 30 ในระหว่างแนวโน้ม เป็นเคสที่เกิดขึ้นยากพอสมควร เพราะ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ระดับราวๆ 50 แต่อย่างไรก็ตามในความเห็นส่วนตัวหากตํ่ากว่า 30 และเกิดระหว่างแนวโน้ม ถือว่าเป็นจุดเข้าซื้อที่เชื่อถือได้

สรุปและสิ่งที่ควรรู้

การใช้ RSI เพียงอย่างเดียวในการบ่งบอกการซื้อขายถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะมีโอกาสผิดพลาดสูง โดยเราต้องใช้ความรู้ในด้านอื่นๆประกอบการตัดสินใจด้วย เช่น การเกิดแนวโน้ม รูปแบบราคา หรือรูปแบบแท่งเทียนต่างๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นการอ่านกราฟให้แม่นยำต้องเกิดจากประสบการณ์ลองผิดลองถูก สังเกตพฤติกรรมราคาของสินทรัพย์ที่ตนเทรดบ่อยๆ ดังนั้นการฝึกฝนเป็นสิ่งสำคัญ ผมเชื่อว่าหากเราพยายามทำสิ่งใดอย่างตั้งใจจริงแล้วไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ สุดท้ายนี้ผมขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการเทรดครับ

อ่านแล้วคันมืออยากลองตีกราฟ กดได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างเลย ฟรี!!
https://www.finnomena.com/stock/setindex

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

RSI พร้อมสัญญาณ Trend-Catcher RSI TC_New Indicator สำหรับ MT4

RSI พร้อมสัญญาณ Trend-Catcher RSI TC_New Indicator สำหรับ MT4 เป็นซอฟต์แวร์ซื้อขายที่สร้างขึ้นจากคุณสมบัติที่โดดเด่นของ Relative Strenght Index ( RSI ) ตัวบ่งชี้นี้ทำงานเหมือนดัชนีความแข็งแรงสัมพัทธ์กับการดัดconvertformsเล็กน้อย มันเตือนผู้ซื้อขายให้ทราบถึงแนวโน้มและช่วงของตลาดและพยายามที่จะป้องกันไม่ให้ผู้ค้าออกไปจากตลาด พฤติกรรมของมันคล้ายกับของ RSI มากแม้ว่ามันจะเป็นการดัดconvertformsที่ดีกว่า

Partially Automated Trading Besides Your Day Job
Alerts In Real-Time When Divergences Occur
My Recommended MT4/MT5 Broker

ข้อดีของการใช้ RSI กับสัญญาณ Trend-Catcher RSI TC_New Indicator สำหรับ MT4

การใช้ตัวบ่งชี้ที่อิงกับ RSI จะทำให้ผู้ค้าเข้าถึงคุณสมบัติจำนวนมากที่ทำให้ดัชนีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนใครและแตกต่างจากตัวบ่งชี้อื่น ๆ เช่นความสามารถในการตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อแนวโน้มตลาดใหม่และมองเห็นจุดแตกต่างกับราคา คุณลักษณะเหล่านี้บางส่วนได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อมอบคุณสมบัติเพิ่มเติมด้วย RSI ใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงด้วยสัญญาณ Trend-Catcher สัญญาณ RSI TC_New Indicator สำหรับ MT4

แม้แต่ความแตกต่างของราคาเพียงเล็กน้อยก็สามารถมองเห็นได้ง่ายขึ้นด้วย RSI-with-Trend-Catcher-signal-RSI-TC_New-Indicator-For-MT4 เนื่องจากมันช่วยให้ผู้ค้าได้รับประโยชน์จากการค้าที่แตกต่างกันเมื่อยอดเขาและร่องลึกแตกต่างกัน การเคลื่อนไหวของราคา นี่หมายความว่าทุกครั้งที่การเปลี่ยนconvertformsใหม่ปรากฏขึ้นในคู่ค้าใด ๆ ก็ตามที่ใช้ตัวบ่งชี้นี้บนมันจะยากที่จะพลาดอย่างไม่น่าเชื่อ สิ่งนี้ทำให้ตัวบ่งชี้นี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ค้าที่แตกต่าง

ลักษณะการทำนายของ Relative Strenght Index นั้นทำให้ RSI-with-Trend-Catcher-signal-RSI-TC_New-Indicator-For-MT4 น่าสนใจมากเพราะมันถูกสร้างขึ้นบนมันและสามารถทำนายแนวโน้มในอนาคตได้ นอกจากนี้ยังทำการแจ้งเตือนผู้ค้าถึงแนวโน้มที่พัฒนาขึ้นใหม่ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งหมายความว่าผู้ค้ารายใดก็ตามที่ใช้ตัวบ่งชี้นี้จะสามารถคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตได้ในระดับที่พวกเขาเข้าใจวิธีใช้ตัวบ่งชี้

RSI พร้อมกับ Trend-Catcher-signal-RSI-TC_New-Indicator-For-MT4 มีการแจ้งเตือนแบบผุดขึ้นที่แจ้งผู้ประกอบการทันทีเมื่อมีโอกาสใหม่เกิดขึ้นสำหรับผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมในแนวโน้ม ซึ่งหมายความว่าเมื่อตัวบ่งชี้ได้รับการติดตั้งอย่างถูกต้องบนแผนภูมิมันจะเป็นไปไม่ได้ที่จะพลาดการค้าเนื่องจากตัวบ่งชี้สามารถส่งการแจ้งเตือนที่สามารถเข้าถึงโทรศัพท์มือถือของผู้ค้าได้หากตั้งไว้อย่างถูกต้อง

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการใช้ RSI-with-Trend-Catcher-signal-RSI-TC_New-Indicator-For-MT4 คือตัวบ่งชี้ที่ช่วยให้ผู้ค้าระบุแนวโน้มใหม่ในการเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังช่วยผู้ประกอบการค้าโดยการระบุเวลาที่แน่นอนเมื่อสามารถเข้าสู่เทรนด์การค้าและแจ้งเตือนผู้ค้าได้ ด้วยวิธีนี้ทำให้ผู้ซื้อขายสามารถใช้รายการเทรนด์ได้เช่นกัน เนื่องจากเป็นไปตาม RSI ด้วยจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ RSI อนุญาตให้ผู้ค้าระบุและจับแนวโน้ม

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ RSI-with-Trend-Catcher-signal-RSI-TC_New-Indicator-For-MT4 พยายามที่จะแก้ปัญหาคือการทำการซื้อขายโดยเทรดเดอร์ในช่วงเวลาที่ตลาดผันผวนมากหรือเมื่อไม่มีความผันผวน พลังงานสำหรับตลาดที่จะย้ายไปทุกที่ ตัวบ่งชี้ที่ปกป้องผู้ค้าที่ใช้มันโดยเน้นพื้นที่ดังกล่าวเพื่อให้ผู้ค้าสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ประการที่สองมันไม่ได้หยุดที่เน้นพื้นที่ นอกจากนี้ยังหลีกเลี่ยงการสร้างสัญญาณการซื้อขายในช่วงเวลาที่ระบุว่าตลาดใดตลาดหนึ่งอาจมีความผันผวนไม่มากพอที่จะซื้อขายโดยผู้ค้าที่มีกำไรโดยใช้ตัวบ่งชี้นี้

RSI-with-Trend-Catcher-signal-RSI-TC_New-Indicator-For-MT4 เป็นรหัสสีในลักษณะที่ทำให้ผู้ประกอบการเข้าใจได้ง่ายเพียงมองเห็นสิ่งที่ตัวบ่งชี้กำลังพูดถึงในปัจจุบัน ตลาดที่พวกเขาวางไว้บน เมื่อสาย RSI กลายเป็นสีเขียวหมายความว่าตอนนี้ปลอดภัยที่จะซื้อในขาขึ้น เมื่อสีของสาย RSI เป็นสีแดงแสดงว่าตอนนี้ขายได้อย่างปลอดภัยแล้ว เมื่อ RSI-with-Trend-Catcher-signal-RSI-TC_New-Indicator-For-MT4 แสดงสีเหลืองแสดงว่าตลาดน่าจะยังอยู่ในช่วงหรือยังคงมีขอบเขตและไม่ควรทำการซื้อขาย จนกว่าจะได้ล้างช่วงที่มีอยู่ในปัจจุบัน

อีกสิ่งที่ดีเกี่ยวกับ RSI-with-Trend-Catcher-signal-RSI-TC_New-Indicator-For-MT4 คือมันแยกออกจากกันอย่างชัดเจนในหน้าต่างแผนภูมิของตัวเองและไม่อุดตันชาร์ตสำหรับผู้ซื้อขายที่ใช้มัน ด้วยวิธีนี้ผู้ซื้อขายสามารถใช้พื้นที่แผนภูมิของเขาสำหรับการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาโดยไม่ต้องมีเส้นและวัตถุจำนวนมากกีดขวางมุมมองของเขาหรือเธอเป็นกรณีที่มีตัวบ่งชี้อื่น ๆ มากมายที่ขวางพื้นที่แผนภูมิสำหรับผู้ค้า

นอกจากนี้ RSI-with-Trend-Catcher-signal-RSI-TC_New-Indicator-For-MT4 จะวัดความผันผวนของการเคลื่อนไหวของราคาตลอดทั้งวันซื้อขาย ซึ่งหมายความว่าการวิเคราะห์เกือบกึ่งอัตโนมัติโดยตัวบ่งชี้ซึ่งทำให้สิ่งต่าง ๆ ง่ายขึ้นมากสำหรับผู้ค้าที่เพิ่งกลับมาและรอจนกว่าช่วงจะหมดลงก่อนที่จะทำการค้าของเขาหรือเธอ

การใช้ RSI-with-Trend-Catcher-signal-RSI-TC_New-Indicator-For-MT4 ทำงานได้ดีที่สุดในกรอบเวลาที่สูงขึ้นดังนั้นเมื่อมันจับการเคลื่อนไหวผู้ค้าสามารถทำกำไรได้อย่างสมเหตุสมผลจากการเคลื่อนไหวดังกล่าว

อีกวิธีในการใช้ตัวบ่งชี้นี้อาจต้องระวังสำหรับการเคลื่อนไหวในกรอบเวลาที่สูงขึ้นเช่น 4 ชั่วโมง (H4) และ 1 ชั่วโมง (H1) จากนั้นผู้ซื้อขายสามารถไปที่ต่ำได้ถึง 5 นาทีและทำการซื้อขายในทิศทางที่แน่นอน เป็นสัญญาณกรอบเวลาที่ใหญ่ขึ้น สิ่งนี้สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการค้าขายและปรับปรุงความเสี่ยงในการให้รางวัลอย่างมีนัยสำคัญมากซึ่งทำให้ผู้ค้าสามารถทำกำไรได้มากขึ้นจากการเคลื่อนไหวที่ไม่เคยให้เขามาก่อนตั้งแต่เขาหยุดการขาดทุนหรือความเสี่ยง ในการค้าจะมีขนาดใหญ่กว่ามากหากผู้ค้าทำการซื้อขายในกรอบเวลาที่สูงขึ้นซึ่งสัญญาณเริ่มฉาย

RSI-with-Trend-Catcher-signal-RSI-TC_New-Indicator-For-MT4 สามารถทำงานกับแผนภูมิหลาย ๆ ตัวในเวลาเดียวกัน ดังนั้นหากผู้ซื้อขายต้องการตรวจสอบชาร์ต 8 รายการเขาสามารถตั้งค่าตัวบ่งชี้แต่ละรายการแล้วรอสัญญาณที่จะมาจากตัวบ่งชี้โดยอัตโนมัติ

แนวคิดการค้า

แนวคิดการค้าคือการซื้อหลังจากค้นพบความแตกต่างและราคามีการพลิกผันอย่างสมบูรณ์แยกออกจากช่วงเล็ก ๆ แล้วทดสอบอีกครั้งที่ด้านบนของช่วง การย้อนกลับสามารถทำได้เพื่อการค้าขาย

RSI: บทนำสู่ออสซิลเลเตอร์ สำหรับมืออาชีพ

วันนี้ เราจะมาพูดถึงคุณสมบัติบางส่วนของออสซิลเลเตอร์ RSI และวิธีการต่างๆ ในการปรับการใช้งานแบบมืออาชีพ โดยคุณสามารถศึกษาหลักการทั่วไปของดัชนีตัวนี้ได้ที่นี่ เช่นเดียวกันกับออสซิลเลเตอร์ตัวอื่นๆ หลักการทั่วไปไม่กี่ประการที่นักเทรดควรทำความเข้าใจเมื่อใช้งานดัชนี RSI ดังนี้:

  1. การเคลื่อนที่ของกราฟดัชนีไปยังโซนมาตรฐาน (เหนือ 70%/ต่ำกว่า 30%) ไม่ใช่สัญญาณการกลับตัว! นี่คือสัญญาณเตือนว่าการกลับตัวของเทรนด์จะเริ่มขึ้นเร็วๆ นี้
  2. ยิ่งดัชนีขยับเข้าไปในโซน (เหนือ 70%/ต่ำกว่า 30%) มากเท่าใด เทรนด์จะยิ่งมีโอกาสกลับตัวมากเท่านั้น
  3. เมื่อพิจารณาราคาสินทรัพย์ในอดีต คุณสามารถใช้กฎรูปทรงในพื้นที่ โดยหากเทรนด์ได้กลับตัวหลายครั้งที่ระดับเปอร์เซ็นต์ RSI เดียวกัน คุณสามารถสมมติได้ว่าการกลับตัวของเทรนด์จะเกิดขึ้นเมื่อกราฟกลับมาที่ระดับเดียวกันอีกครั้ง

ทั้งนี้ ควรคำนึงว่าการตั้งค่ามาตรฐานของโซน RSI (30% และ 70%) เป็นการตั้งค่าแบบสากล ในขณะเดียวกัน นักเทรดอาจเปลี่ยนแปลงตัวเลขดังกล่าวเพื่อพัฒนาการทำงานของดัชนี โดยมีวิธีการสองวิธี ดังนี้:

วิธีการที่ 1

ตามหลักการข้อที่ 2 คุณสามารถ “บีบ” โซนที่มีการซื้อหรือขายมากเกินไป (overbought/oversold) สำหรับสินทรัพย์ทุกประเภท เช่น แทนที่จะใช้ 70/30 ให้เปลี่ยนเป็น 73/27 หรือ 75/25 ฯลฯ ในกรณีนี้ ปริมาณจะกลายเป็นคุณภาพซึ่งก็คือยิ่งโซนดังกล่าวแคบลง สัญญาณที่เราได้จากดัชนีจะน้อยลงตามไปด้วย และยิ่งเราได้รับสัญญาณน้อยลง คุณภาพสัญญาณก็จะดียิ่งขึ้น

เพื่อเป็นการตั้งค่าดัชนีบนแพล็ตฟอร์ม Olymp Trade คุณควรเลือกหน้าต่างการวิเคราะห์ทางเทคนิค(Technical Analysis) แยกต่างหาก (ภาพนี้แสดงถึงวิธีการตั้งค่าดัชนีสำหรับสินทรัพย์ AUD/USD)

เราจะเล่าให้คุณฟังเกี่ยวกับวิธีที่สองหรือวิธีการขั้นสูงในการตั้งค่าดัชนี RSI ในบทความครั้งถัดไป โปรดติดตามชมและรอฟังข่าวสารอัพเดตของเรา!

วิธีการที่ 2

ตามหลักการข้อที่ 3 นักเทรดสามารถตั้งค่าดัชนีได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้นสำหรับสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งโดยเฉพาะ เช่น ลองดูสินทรัพย์ AUD/USD ที่กรอบระยะเวลา 5 นาที ในมุมมอง 2 วันการซื้อขาย เมื่อใช้รูปทรงบนกราฟ (ซึ่งเป็นการกลับตัวของเทรนด์ที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว) เราขยับโซนดัชนีตามค่าการกลับตัวที่สูงที่สุดบนกราฟ เช่นเดียวกันกับที่เราใช้กับระดับแนวรับ/แนวต้าน ในตัวอย่างของเรา โซนที่มีการขายมากเกินไปจะเหลืออยู่ที่ 30% (ค่ามาตรฐาน)

ลองมากำหนดระดับโซนต่างๆ ระดับโซนที่ 1 คือจุดเริ่มต้นของโซนที่ตั้งค่า (ซึ่งก็คือระดับ 30% ในตัวอย่างที่ให้มา) เราระบุระดับโซนที่ 2 ในแบบเดียวกันกับที่เราระบุระดับที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติโดยใช้ค่าสูงสุดของวันนั้นๆ

ค่าสูงสุดเหล่านี้จะเป็นค่าสูงสุดของดัชนีในแต่ละโซนตามลำดับ เพื่อเป็นการแสดงค่าเหล่านี้ คุณสามารถใช้เครื่องมือแนวนอน ในตัวอย่างของเรา ค่านี้จะอยู่ที่ 24% ซึ่งเป็นเส้นสีแดงด้านล่าง

กำหนดระดับโซนที่มีการซื้อมากเกินไปในแบบเดียวกัน ซึ่งบนกราฟระดับนี้จะอยู่ที่ 66% และ 75%
หลักการเทรดก็คือ หากการกลับตัวของเทรนด์ไม่ปรากฏขึ้น ณ ระดับโซนที่ 1 นักเทรดจำเป็นต้องรอจนกว่าเทรนด์จะขยับถึงระดับโซนที่ 2 เพื่อให้ได้รับสัญญาณการขยับถึงและเพื่อที่จะไม่เทรดการกลับตัวของเทรนด์ในช่วงช่องว่างระหว่างโซนทั้งสอง

ข้อแนะนำ

อย่าตั้งค่าระดับโซนที่ 1 ต่ำกว่า 60% และเหนือ 40% เพราะว่ารูปนั้นๆ แสดงถึงค่าความผันผวนต่ำของสินทรัพย์และไม่แนะนำให้เทรดตาม

นักเทรดควรคำนึงด้วยว่าการตั้งค่าดัชนี RSI จะมีลักษณะเฉพาะสำหรับสินทรัพย์แต่ละชนิดและกรอบเวลาของแท่งเทียนและระยะเวลา นอกจากนี้ ดัชนีนี้ยังต้องอาศัยการปรับการตั้งค่าอย่างต่อเนื่อง (อย่างน้อยวันละครั้งหรือในกรณีที่มีการขยับทะลุค่าสูงสุดของระดับโซนที่ 2)

มีข้อแนะนำให้กำหนดระดับโซน 4 ระดับ สำหรับสินทรัพย์แต่ละตัวก่อนที่คุณจะเริ่มเทรดในหน้าต่างการวิเคราะห์ทางเทคนิคแยกต่างหากที่กรอบเวลา 5 นาที และปรับกราฟให้เป็นมุมมองวันซื้อขาย 2 วัน

หากคุณใช้กรอบเวลาแท่งเทียนอื่นๆ ในการวิเคราะห์หรือการเทรด คุณจำเป็นต้องคำนึงว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงกรอบเวลาที่ใช้ ดัชนี RSI จะประมวลผลใหม่เสมอ ซึ่งจะทำให้ระดับโซนต่างๆ มีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน

คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

ตัวเลือกไบนารีและอัตราแลกเปลี่ยน
Leave a Reply

;-) :| :x :twisted: :smile: :shock: :sad: :roll: :razz: :oops: :o :mrgreen: :lol: :idea: :grin: :evil: :cry: :cool: :arrow: :???: :?: :!: